แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai salad แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai salad แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยำเห็ดฟางกุ้งสด – strew mushroom and shrimp spicy Thai salad


เมนูนี้ ตกค้างมาเลยวันแล้ว เลยเอามาโพสก่อนที่จะขึ้นเดือนใหม่ค่ะ ทำตั้งแต่ครั้งที่ป้าอิ๋วมีเห็ดฟางและกุ้งสดที่เหลือจากการทำแกงเลียงนพเก้า ต้องรีบจัดการค่ะ แค่แช่ตู้เย็นไว้คืนหนึงก็เกรงใจจะแย่ กลัวจะเน่าเสียก่อน เพราะเห็ดเป็นผักที่เสียง่ายมากและไม่ควรแช่ตู้เย็นอย่างยิ่ง อีกอย่างป้าอิ๋วรู้สึกอยากทานอาหารเผ็ดๆ บ้างหลังจากไม่อยู่บ้านหลายวัน ทานอาหารเหนือที่ไม่ค่อยเผ็ดแล้วรู้สึกไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไร คิดถึงอาหารใต้ค่ะ เมนูนี้ถึงแม้ไม่ใช่อาหารใต้ แต่ความจี๊ดจ๊าดเนี่ย น่าจะเรียกน้ำย่อยได้ดี ยำเห็ดฟางกุ้งสดจึงเป็นเมนูที่ลงตัวเป็นที่สุดค่ะ



เครื่องปรุง -- Ingredients
เห็ดฟาง 15 ดอก



150 gram of strew mushroom, cut 3 piece per one
กุ้งปอกเปลือก 200 กรัม



200 gram of shrimp, peel and devain
หอมแขกซอย 1/2 หัว
½ Red onion, slices
หอมแดง 1 หัวใหญ่
1 shallot, peeled and thinly slides
ต้นหอม 1 ต้น
1 stem of Spring onion, slices
ผักชี 2-3 กิ่ง สำหรับตกแต่งค่ะ
Cilantro for garnishing




น้ำยำ -- spicy Thai dressing

5 Red eyes bird chili, crushed in mortar
1 ½ table spoons of lime juice
1 ½ table spoons of Fish sauce
½ table spoon of sugar



วิธีปรุงน้ำยำ ตำพริกให้ละเอียด เติมส่วนผสมทั้งหมดในครกเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ค่ะ



วิธีปรุงยำ

นำเห็ดฟางไปลวกในน้ำเดือดจนสุก ตักให้สะเด็ดน้ำ




นำภาชนะเดิมเทน้ำออกเหลือไว้สักช้อนโต๊ะ ใส่กุ้งลงลวก จนกุ้งสุกงอตัว ไม่ต้องนานค่ะ เก็บน้ำลวกไว้ใส่ยำด้วยค่ะจะทำให้ยำรสหวานอร่อย



นำเห็ดลวก กุ้งลวก มาใส่ในชามผสม เติมหอมทั้ง 2 ชนิด ต้นหอมและน้ำยำลงไป



ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานเสริฟ ตกแต่งด้วยผักชีค่ะ



ยำป้าอิ๋ววันนี้น้ำเยอะไปนิ๊ดหนึง ลืมไปว่า เห็ดและกุ้งเมื่อลวกแล้วจะคายน้ำออกมาอีกค่ะ ข้อควรระวังอีกอย่างคือ ทั้งเห็ดและกุ้งจะมีรสหวาน การทำน้ำยำต้องลดน้ำตาลลงจากสูตรน้ำยำปกติค่ะ จะใส่เท่าไรนั้นใช้วิธีชิมตามชอบกันเลยนะคะ วันนี้อร่อยเด็ดจนแสบลิ้น วิ่งหาของหวานทานแทบไม่ทันเลยค่ะ ป้าอิ๋วรู้สึกตัวเองทานเผ็ดได้น้อยลงมากเลย หรือว่าเป็นปกติของคนอายุมากขึ้นหรือเนี่ย….ขอให้ทุกคน มีความสุขกับการทำอาหาร เพื่อคนที่คนรัก และตัวคุณเองนะคะ แล้วอร่อยกันใหม่ในเมนูถัดไปค่ะ



สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

พล่าปลาสมุนไพร

 


ครั้งนี้เป็นเมนูที่ 5 สำหรับ Cooking for Hope ของป้าอิ๋วค่ะ สำหรับคนที่อยากจะทำบุญกับบ้านโฮมฮัก ก็ช่วยกันส่งเมนูกันเข้ามาให้ครบ 100 เมนู ก่อนวันที่ 31 กรกฏาคม 2553 นี้นะคะ
ปลา เป็นอาหารสุขภาพที่ดี มี โอเมก้า 3 ผู้ใหญ่ถึงต้องบอกเด็กให้ทานเพราะเยอะๆ จะได้แข็งแรงและฉลาด สำหรับป้าอิ๋ว ไม่ต้องมีอะไรมาอ้างอิงมากกมายก็ชอบทานปลาอยู่แล้ว เนื่องมาจากถูกฝึกมาจากครอบครัวนั่นเองค่ะ


ป้าอิ๋วนำเสนอเมนูปลา ไปหลายรายการแล้ว ส่วนมากจะเป็นเมนูอาหารใต้นะคะ วันนี้เป็นเมนูอาหารไทยภาคกลางกันบ้างนะคะ ซึ่งเนื้อปลาที่นำไปพล่านั้นต้องเลือกปลาชนิดที่มีเนื้อพอสมควรค่ะ เนื่องจากต้องใช้แต่เนื้อล้วนๆ จะเป็นปลาอะไรก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลค่ะ และปลาที่จะนำมาปล่าอาจจะทอด ปิ้งย่าง หรือลวก ก็ตามชอบเลยเช่นกัน ปลาวันนี้ของป้าอิ๋วเป็นปลาสากค่ะ โดยแล่เอาแต่เนื้อและนำมาลวกให้สุกก่อนแล้วค่อยมาทำเครื่องปรุงรสคลุกเคล้าเข้ากัน มาส่วนผสมกันนะคะ


ส่วนผสม

Ingredients
เนื้อปลาสด หั่นชิ้นพอคำ 100 กรัม
100 g. of  fish  filet, sliced into bite size
หอมแดงซอย 20 กรัม
20 g. of shallot, thinly sliced
ตะไคร้ซอย 10 กรัม
10 g. of lemongrass, thinly sliced
ใบมะกรูด 2 ใบ
2 leaves of bergamot leaves, thinly sliced
สาระแหน่ห์ ปริมาณตามชอบ
Mints




น้ำปรุงรส

Spicy dressing
พริกป่น หรือพริกสดซอย 1 ช้อนชา
1 tea spoon of ground chili
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of lime juice
ซีอิ๊วหรือน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of soy sauce or fish sauce
น้ำตาลปี๊บ 1/2  ช้อนโต๊ะ
½  table spoon of palm sugar
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of chili paste (num prik pao)




วิธีปรุง

ทำน้ำปรุงก่อนนะคะ เริ่มจากนำส่วนผสมของเครื่องปรุงทั้งหมด ใส่ในชามผสมแล้วยีให้เข้ากัน แล้วชิมค่ะ สามารถเพิ่มหรือลดทุกอย่างได้ตามชอบค่ะ เนื่องจากความเค็มของน้ำปลายแต่ละยี่ห้อหรือซีอิ๊วไม่เท่ากัน น้ำพริกเผาก็เผ็ดหวาน ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ชิมทุกครั้งที่ทำอาหารไทยค่ะ เสร็จแล้วเตรียมไว้คลุกค่ะ
Toss all the spicy dressing together  in the big bowl. Check the seasonings, and add some more ingredient  if needed.  This depends on favorite taste.   Set aside.


นำเนื้อปลามาลวกในหม้อที่มีน้ำเดือด ประมาณ 2 นาที แล้วตักเอาแต่เนื้อปลาค่ะ
In the pot with boiling water, add fish filet and boil it about 2 minutes until done. Use strainer for take it out.




มาดูที่ชามผสมของน้ำปรุงนะคะ ใส่เนื้อปลาลวกคะ และตามด้วยสมุนไพรอื่นที่เตรียมไว้ค่ะ มี หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย และสาระแหน่ห์ เหลือสาระแหน่ห์ไว้ตกแต่งบ้างนะคะ แล้วชิมอีกครั้งค่ะ ยำควรจะมีรสเปรี้ยวนำ เผ็ดเล็กน้อย เค็ม และหวานตามมาค่ะ ถ้าชอบเผ็ดมากๆ ก็สามารถหั่นพริกสดเพิ่มลงไปได้ค่ะ
Add the boiled fish filet, shallots, lemongrass, bergamot leaves  and mints in the spicy dressing bowl. Keep some mints for garnishing. Check the seasonings again. The salad should taste sour, hot, and salty, with a slight sweetness at the end. If you like it very spicy, sliced a couple of fresh chili and put them in.






ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยสาระแหน่ห์ และเสริฟทานทันทีค่ะ ยำทิ้งไว้นานๆ จะชืด ไม่อร่อยค่ะ ทานกับข้าวหูงสุกใหม่ๆ หรือข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ ก็จะดีมากค่ะ
Garnishing with mints. Serve immediately with freshly cooked jasmine rice, or brown rice.


ป้าอิ๋วคิดว่าเมนูนี้คงเป็นเมนูในดวงใจของใครๆ หลายคนเหมือนกันนะคะ อาจใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือทานเป็นอาหารหลักก็ได้ค่ะ เพื่อสุขภาพจริงๆ ค่ะ หวังว่าเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนคงสุขภาพดีกันถ้วนหน้าจากการทำอาหารจากปลาทานกันนะคะ

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

ยำเห็ดเฟฟเฟอริงเงอะ (Fefferinger spicy thai salad)



เห็ดเฟฟเฟอริงเงอะ ชื่งปีหนึงมาแป๊บๆ ไม่นาน แต่ทำรายได้ให้กับคนหาเห็ดชนิดนี้ขายได้เป็นกอบเป็นกำเชียว รสชาดอร่อยกว่าเห็ดในท้องตลาดอื่นๆ แน่นอนเพราะเป็นเห็ดป่า ราคาก็ต้องแพงกว่าแน่นอนค่ะ เมื่อฤดูกาลของเห็ดชนิดนี้มาถึง ในร้านอาหารต่างๆของเยอรมันนี ก็จะมีเมนูของเห็ดชนิดนี้ออกมาขายเฉพาะช่วงนั้น


ป้าอิ๋วก็อินเทรนต์ ซื้อมาทานเหมือนกัน แต่ขอทำแต่เมนูไทยๆ ที่เราชอบจะถูกปากกว่าค่ะ วันนี้ทำยำแบบธรรมดาๆ ค่ะ ยำไทยๆ เรา ต้องเผ็ดแซ่บถึงจะสะใจค่ะ
 
 
เครื่องปรุง
 
เห็ดเฟฟเฟอริงเงอะ 1 ถ้วย ขูดๆ ทำความสะอาด
กุ้งสดลวก ปริมาณตามชอบ
หอมแดงใหญ่ หรือหอมแดงไทย 1 หัว ซอยเสี้ยว
ต้นหอม 2 ต้น
มะเขือเทศเชอรี่ หรือธรรมดา 5-6 ผล
พริกสดซอย 1-2 ผล
ผักชี สาระแหน่ห์ ตามชอบ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
 
น้ำยำ : น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ + น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ + พริกสดตำ ปริมาณตามชอบ
 
 
 
วิธีปรุง
 
เอาน้ำมันมะกอกใส่กะทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เห็ดลงจี่ๆ จนเห็ดสลดและสุก ตักพักไว้ จะมีน้ำเห็ดออกมาเยอะ ไม่ต้องเอาน้ำมาหมดก็ได้นะคะ
 
 
ทำน้ำยำ โดยเอาเครื่องปรุงทั้งหมดผสมเข้าด้วยกันในชาม
 
 
ใส่เห็ดและผักทั้งหมดลงไป คลุกๆ ให้เข้ากัน
 
 
เสริฟ
 
 
ยำไทยๆ เรานี่ ต้องทานกับข้าวสวยร้อนๆ นะคะ หรือใครจะทานเป็นสลัด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
 
อร่อยด้วยกันนะคะ   พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย


 

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

ลาบข้าวโพดม่วง (Laab spicy corn salad-North East style Thai food)





ลาบ อาหารอีสานที่คุ้นเคย น้อยคนที่ไม่รู้จักและไม่เคยทานนะคะ ป้าอิ๋วทำลาบแบบปกติ ก็เยอะแล้วค่ะ มังสะวิรัติก็มีบ้าง วันนี้ลองมาทำกับข้าวโพดดูบ้างค่ะ เป็นอาหารมังสะวิรัติแบบที่ป้าอิ๋วชอบทานด้วยค่ะ
ข้าวโพดม่วง เป็นพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวค่ะ ทานแล้วหนึบๆ มันๆ ดีค่ะ แต่รสหวานน้อยกว่าข้าวโพดหวานแน่นอน ป้าอิ๋วซื้อจากตลาดนัดปลอดสารพิษค่ะ ต้มมาเรียบร้อย 3 ฝัก 20 บาท ราคาเป็นมิตรดีนะคะ ตอนแรกก็ไม่ได้อยากซื้อหรอกค่ะ แต่เห็นไทยมุงเยอะ เลยแวะเข้าไปดู รอบแรกก็ไม่ได้ซื้อค่ะ เพราะไม่ค่อยชอบทานข้าวโพดต้มสักเท่าไร แต่เดินมาอีกรอบ ไม่มีไทยมุงแล้ว เห็นสีแปลกดี เลยซื้อมาลองทานค่ะ เหลือเลยเอามาประยุกต์เป็นลาบซะเลย




มีสาระกับ ผักผลไม้ที่ให้สีม่วงกันนิดหนึงค่ะ เกิดจากสาร anthocyanin ดังนี้ค่ะ
สาร Anthocyanin (แอนโธไซยานิน) เป็นสารที่มีสีตั้งแต่สีน้ำเงินเข้มในสภาพวะเป็นด่าง (pH>7) มีสีม่วงเมื่อเป็นกลาง (pH 7) และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงถึงส้มได้ในสภาวะเป็นกรด (pH< 7)
เป็นสารสีที่พบได้ทั่วไปในดอกไม้ ผลไม้บางชนิด ใบหรือลำต้นของพืชบางชนิดที่มีสีจัด ในปริมาณเพียงน้อยนิดก็สามารถแสดงสีได้ในความเข้มสูง
มนุษย์ในบางพื้นที่รู้จักใช้สารตัวนี้มาเป็นเวลานานแล้วในกิจกรรมต่างๆ เช่น ไทยใช้สีจากดอกอัญชันทำขนม จีนใช้สีของเปลือกไม้และใบไม้บางชนิดในการย้อมผ้าให้มีสีต่างๆ ยุโรปใช้ผลไม้ป่า (Wild Berry) ในการทำเครื่องสำอางและทำขนม
แอนโธไซยานิน มีหน้าที่ปกป้องผักและผลไม้จากการทำลายของรังสีอัลตราไวโอเลต พืชที่มีแอนโธไซยานินมักพบสารกลุ่มโพลีฟีนอลด้วย สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอสภาวะเสื่อมของเซลล์

อาหารที่มีสีน้ำเงินและสีม่วง ได้แก่ กะหล่ำปลีม่วง มันสีม่วง องุ่นแดง ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดงอื่นๆ ลูกหว้า ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกด ข้าวแดง ข้าวนิล ข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงและถั่วดำ มะเขือม่วง หอมแดง หอมหัวใหญ่สีม่วง บลูเบอร์รี่ น้ำดอกอัญชัน น้ำว่านกาบหอย มันต้มสีม่วง และเผือก

 

จริงๆ ก็มีหลายเวปนะคะ ที่เขียนเกี่ยวกับประโยชน์ของสารนี้ สนใจลองสืบค้นหาอ่านกันนะคะ ส่วนอาหารของเรามาดูวิธีการค่ะ ก็เหมือนกับการทำลาบทั่วไปนะแหละค่ะ

 
 
 
 
 
  
เครื่องปรุง

ข้าวโพดม่วงต้มหรือนึ่ง 1/2 ฝักครึ่งค่ะ ปาดเอาแต่เมล็ดค่ะ
ต้นหอมซอย ผักชีซอย ผักชีใบเลื่อยซอย หอมแดงซอย อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ผักทานเคียง ผักกาดหอมหรือผักสลัด โหรพา สาระแหน่ห์ แตงกวา ถั่วฝักยาว (2 อย่างหลัง วันนี้ป้าอิ๋วไม่มีค่ะ)
 
 
 
 
น้ำลาบ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
 น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
 น้ำปลาถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
 พริกป่น 1-1 1/2 ช้อนชา (ปริมาณตามชอบ)
พริกสดซอย ตามชอบ
น้ำลาบทำให้เยอะกว่าปกติที่ทำลาบอื่น 2 เท่านะคะ เพราะข้าวโพดดูดน้ำยำได้เยอะมาก ใช้น้ำยำปริมาณปกติทำให้จืดค่ะ
 
 
วิธีทำ
ทำน้ำลาบก่อนเลยค่ะ ผสมทุกอย่างให้เข้ากันชิมรสตามชอบเลยค่ะ ปกติน้ำตาลจะไม่ใส่ก็ได้นะคะ แต่ป้าอิ๋วชอบอาหารหวานเล็กน้อย และไม่ใช้ผงชูรส เลยใส่ค่ะ


ใส่ข้าวโพดลงไป คลุกให้เข้ากันค่ะ สังเกตนะคะว่า ข้าวโพดเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงแล้วค่ะ เพราะน้ำมะนาวเป็นกรดไงคะ วิธีนี้ ทำให้กระหล่ำม่วงเปลี่ยนสีได้เช่นเดียวกันค่ะ
ใส่ข้าวคั่ว คลุกอีกครั้ง
ใส่ผักที่ซอยไว้ทั้งหมด คลุกเบาๆ เป็นอันเสร็จ ตักเสริฟค่ะ


ทานเป็นกับข้าว หรือทานเปล่าๆ ก็อร่อยได้เสมอค่ะ เป็นอาหารจานเดียวที่ไม่ยุ่งยากเลย หรือว่ายุ่งตอนซอยผักก็ไม่รู้นะ ถ้าได้ข้าวโพดหวาน คงจะดีกว่านี้ไม่น้อย แต่นี่ข้าวโพดสดใหม่ ก็ให้ความหวานอร่อยในตัวอยู่แล้วค่ะ


เสริฟทานกับผักต่างๆ ที่ชอบ แช่ให้เย็นเจี๊ยบเลยนะคะ




ทานหน้าร้อนแบบนี้ สบายตัวดีจังเลยค่ะ
ใครเคยทานส้มตำข้าวโพดแล้วติดใจ ป้าอิ๋วรับรองได้ว่า ลาบข้าวโพด จะทำให้ติดใจได้อีกแน่ๆ ค่ะ
พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ 


สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย





อาหารมังสะวัติอื่นๆ



sun dried tofu  ซอสพิซซ่า มังสะวิรัติ ขนมปังหน้าข้าวโพด