แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fish แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fish แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ฉู่ฉี่ปลาเทร้า (Chu Chee curry with trout fish)

 


 
ปลาเทร้าหรือ เรนโบว์เทร้า น่าจะเป็นปลาน้อยชนิดในประเทศเยอรมันนี ที่ขายกันทั้งตัว แต่ถึงจะขายทั้งตัว เขาก็จัดการเอาไส้พุงออกเรียบร้อยพร้อมปรุงนะคะ สาเหตุที่ขายทั้งตัว เพราะตัวเขาไม่ใหญ่มาก ขนาดเสริฟ 1 ที่ และที่สำคัญคือเขามีไว้สำหรับทำอาหารเมนูท้องถิ่นที่ชื่อ Forellen Blue ค่ะ
 
 
แต่วันนี้ ป้าอิ๋วเอามาชนิดนี้มาแล่เอาแต่เนื้อเพื่อเอามาทำฉู่ฉี่แบบไทยๆเรา ค่ะ ลำบากนิดหนึงตอนแล่ แต่ก็สะดวกในการทานดีค่ะ แล่ปลาแล้วก็เอาเนื้อปลามาจี่ๆ ให้สุกก่อนในกะทะ เพราะไม่ต้องการใช้เนื้อปลาเละค่ะ ใครไม่อยากยุ่งยาก ใส่ในน้ำแกงฉู่ฉี่เลยก็ได้ค่ะ
 
 
เครื่องปรุง
 
ปลาเทร้า 2 ตัว
ใบมะกรูดซอย 5-5 ใบ
พริกสดซอย 1 เม็ด
น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 100 มิลลิลิตร
กะทิ 150 มิลลิลิตร
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
น้ำมันพืชสำหรับจี่ปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ



วิธีปรุง
 


 
เอาปลาเทร้ามาแล่เอาแต่เนื้อ แล้วเอาลงจี่ๆ ในกะทะให้สุก แล้วพักไว้
 
 
อีกกเตา เอาหัวกะทิใส่หม้อ ใส่น้ำพริกแกง คนๆ ให้เดือดและเคี่ยวไฟอ่อนให้แตกมัน
ตามด้วยน้ำกะทิ เคี่ยวให้ข้นได้ที่แบบที่ชอบ ชิมรส ปรุงเพิ่มด้วย น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
 
 
ปิดไฟ เสริฟโดยเอามาราดบนเนื้อปลาที่จี่ๆ ไว้ โรยด้วยใบมะกรูดซอยและพริกสดซอย
 
 
เสริฟ ทานพร้อมข้าวสวย
 
 
อร่อย หายคิดถึงฉู่ฉี่ปลาทูไปได้เลยค่ะ สำหรับคนไกลบ้าน
 
พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ
 


สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
 




 

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ปลาทอดซอสผักเปรี้ยวหวาน (fish with sweet and sour sauce)



หลายครั้งที่เราอยากทานอาหารทานเองที่บ้าน แต่เชื่อไม๊คะ ว่า เวลาในหารเตรียมอาหารเนี่ย มันนานกว่าตอนปรุงอหารซะอีก และถ้าคิดรวมถึงเวลาที่ต้องเก็บล้างหลังปรุงอาหารเสร็จแล้ว หลายๆ คนพาลจะขี้เกีจยทำอาหารที่บ้านไปเลยค่ะ
 

 
อาหารจานนี้ ง่ายๆ และรวดเร็ว ใช้ภาชนะไม่มาก และเหมาะสำหรับมื้อกลางวันค่ะ จัดเป็นอาหารจานเดียวที่สะดวกทำทานในบ้านนะคะ เพราะป้าอิ๋วใช้ปลาที่แล่แล้วแช่แข็งและคลุกแป้งเกล็ดขนมปังมาเรียบร้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบยุ่งยากในการเตรียมอาหารนานๆ หรือเก็บล้างเยอะแยะให้น่าเบื่อ ตอบโจทย์คนขยันน้อยได้ดีค่ะ
 
เครื่องปรุง (สำหรับ 2 ที่)
 
ผักสำหรับผัดเปรี้ยวหวาน วันนี้มี ซุกินี มะเขือเทศเชอรี่ ต้นหอม พริกหวาน แครอท และหอมใหญ่ ทุกอย่างหั่นเต๋า 1 เซนติเมตร อย่างละ 1/3 ถ้วยตวง
ปลาคลุกเกล็ดขนมปัง 2 ชิ้น
น้ำมันพืชสำหรับทอด 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสเปรี้ยวหวาน
 
เครื่องปรุงซอสเปรี้ยวหวาน
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มแอ๊ปเปิ้ล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลาทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา ละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป 1/3 ถ้อยตวง
 
 
 
วิธีปรุง
 
 
เอากะทะแบนตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมัน รอให้ร้อน เอาปลาลงไปจี่ๆ จนสุกทั้ง 2 ด้าน
 
ระหว่างรอปลาสุก เอากะทะอีกใบตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวพอเหลือง
ใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใส และใส่ผักอื่นๆ ลงผัดจนสุก
 
ซอสทุกอย่างใส่รวมกันในถ้วยก่อน แล้วเทลงในกะทะผัก ผัดจนซอสข้นกำลังดี ปิดไฟ
 
 
เสริฟพร้อมข้าวสวยนะคะ ตักข้าวใส่จาน วางชิ้นปลา ราดด้วยซอสเปรี้ยวหวาน เสริฟทานร้อนๆ ค่ะ
 
 
อร่อยๆ ค่ะ
 

 
พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ
 
 

 
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย
 
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

แกงส้มปลาดอกไม้ยอดมะขามอ่อน

 


หลังจากฤดูร้อนที่รุนแรงของปีนี้กำลังจะผ่านไป ช่วงรอยต่อก่อนจะเข้าฤดูฝน จะมีฝนตกบ้างเป็นบางวัน แม้จะไม่มากนัก แต่ก็ยังทำให้ ดอกประดู่ได้ผลิตาดอก และบานดอกสะพรั่งอีก 3-4 วันต่อมา ตำนานดอกประดู่นี้มีคนๆหนึงเคยบอกป้าอิ๋วไว้อย่างนี้และมันก็จริงทุกครั้ง ที่หลังจากฝนตกในหน้าร้อน ดอกประดู่ก็จะบานในอีก 3-4 วันต่อมาค่ะ


ไม่เพียงแต่ดอกประดู่เท่านั้นนะคะที่เริงร่าดีใจเมื่อได้ฝน ต้นไม้ใบหญ้าชนิดอื่นๆก็เช่นเดียวกัน รวมถึงต้นมะขามข้างๆ บ้านป้าอิ๋ว 6-7 ต้น ก็ไม่ยกเว้นค่ะ หลังจากถูกตัดต้นเหลือแค่ระดับอก ก็รอๆๆๆ ฝนแรกเพื่อที่จะแตกยอดสีส้มแดงอันงดงามออกมา เพื่อเป็นอาหารอันโอชะให้แก่มวลมนุษย์โลกอย่างเราๆ และป้าอิ๋วก็เป็นมนุษย์โลกผู้ใจร้าย ไปเด็ด ดึง ถึ้งมันมาเพื่อทำเป็นแกงส้มในวันนี้ค่ะ ขอบคุณคนที่ตัดต้นมะขามเหล่านั้นนะคะ ถ้าปล่อยให้มันสูงกว่านี้ ป้าอิ๋วก็คงไม่มีปัญญาแน่นอนเลย แกงส้มวันนี้ เครื่องปรุงง่ายๆ และง่ายค่ะ มาดูกันนะคะ


ปลาน้ำดอกไม้ หั่นเป็นชิ้นๆเล็กๆ นะคะ ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเละเวลาแกงค่ะ เพราะธรรมชาติปลาชนิดนี้เมื่อสุกแล้วจะเหนียวเล็กน้อยค่ะ ป้าอิ๋วยังไม่ค่อยอยากทานบ่อยค่ะ ขี้เกียจเคี้ยวมาก (อายุเยอะ ฟันไม่ค่อยดีค่ะ กร๊ากกกกกกกก)
ยอดมะขามอ่อน สดๆส้มๆแดงๆ เขียวๆ เห็นแล้วเปรี้ยวปาก ปริมาณเยอะๆเลยค่ะ 
มะขามเปียก ในกรณีที่บ้านใดได้ยอดมะขามอ่อนน้อยเกินไป ก็ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวได้ค่ะ


เครื่องแกงส้ม วันนี้ป้าอิ๋วก็ซื้อเอาอีกแล้วเพื่อความสะดวก และมาใส่กะปิทีหลังค่ะ
น้ำปลา น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายค่ะ หรือถ้าใครคิดว่ามะขามอ่อนของตัวเองยังเปรี้ยวไม่สะใจ ก็จะเพิ่มน้ำมะขามเปียกเล็กน้อยก็ได้ค่ะ


เครื่องปรุงง่ายๆ แค่นี้เองเห็นไม๊คะ มือใหม่ยังทำได้เลยค่ะ แต่เวลาปรุงเนี่ย ลิ้นใครลิ้นมันนะคะ เขาว่ากันว่าแกงส้มปรุงยากให้อร่อย อันนี้ไม่รู้จริงไม๊ ป้าอิ๋วว่ามันอยู่ที่เครื่องแกงส้มของเรา รวมทั้งกะปิด้วย สำคัญมากเลย


เมื่อพร้อมแล้วก็มาทำพร้อมๆกันนะคะ วันนี้ป้าอิ๋วเอาน้ำตั้งไฟให้ร้อนก่อนเลยค่ะ สัก 2 ½ ถ้วยตวง และใส่มะขามเปียกลงไปต้มค่ะ เพื่อจะได้ละลายได้ง่าย


เมื่อน้ำเดือดก็ตักมะขามเปียกพร้อมน้ำขลุกขลิกออกมาใส่ภาชนะข้างนอก แล้วใช้ช้อนขยี้ บี้ๆ แล้วเทใส่กระชอนกรองเอาแต่เนื้อเตรียมไว้นะคะ อันนี้อยากบอกให้ละเอียดคะ เผื่อคนที่ทำอาหารไม่เป็น บางทีเขาก็ไม่รู้จริงๆ ค่ะ
น้ำที่เหลือในหม้อก็ตั้งไฟต่อนะคะ นำเครื่องแกงมาใส่กะปิในครก บดๆให้เข้ากัน แล้วใช้น้ำในหม้อมาใส่ครกเครื่องแกง เอาสากคนๆให้ละลายแล้วตักกลับใส่หม้อ บางคนอาจจะตักเครื่องแกงใส่แล้วไปละลายในหม้อก็ได้ค่ะ แต่ป้าอิ๋วว่าบางครั้งเครื่องแกงละลายไม่หมด เจอเป็นก้อนๆ ตอนทานก็เคยค่ะ ป้าอิ๋วก็เลยละลายก่อนในครกค่ะ เป็นการล้างครกไปรอบหนึงก่อนด้วยค่ะ

เมื่อน้ำแกงเดือดก็ใส่เนื้อปลาลงไปเลยค่ะ และห้ามคนโดยเด็ดขาดนะคะ เพราะโปรตีนและเลือดที่อยู่ในชิ้นปลากำลังโดนความร้อนและแข็งตัว ขืนไปยุ่งกะเขา จะทำให้คาวได้ค่ะ เพราะฉะนั้น ทิ้งเขาไว้เฉยๆ เรามาดูยอดมะขามอ่อนของเราดีกว่าค่ะ


ถึงแม้ว่าจะเก็บยอดมะขามมาจากข้างบ้านก็เถอะค่ะ ล้างฝุ่นออกนิดหน่อยก็ไม่เสียเวลานะคะ เมื่อน้ำแกงที่ใส่ปลาเดือดอีกรอบก็ใส่ยอดมะขามอ่อนลงไปเลยค่ะ มันจะเต็มหม้อในตอนแรกก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมันก็ยุบค่ะ


และรอให้เดือดก่อนนะคะ เพื่อให้ความเปรี้ยวจากยอดมะขามออกมาปนกับน้ำแกง และชิมค่ะ เติมเค็ม เติมหวาน เติมเปรี้ยวตามรสที่ชอบค่ะ แต่ป้าอิ๋วจะบอกว่า ให้อ่อนเปรี้ยวไว้นิดหนึงค่ะ เพราะเวลาเราทานแล้วเคี้ยวใบมะขามอ่อนด้วย ก็จะเพิ่มความเปรี้ยวไปอีกค่ะ ของป้าอิ๋ววันนี้ อร่อยกำลังดี แทบไม่ต้องใส่มะขามเปียกเลยค่ะ แต่ป้าอิ๋วชอบทานหวานเล็กน้อยก็เลยเติมน้ำตาลไปนิ๊ดหนึงค่ะ รู้สึกวันนี้ปรุงแกงส้มได้ง่ายมาก สังสัยเครื่องแกงเจ้านี้เขาอร่อย ต้องซื้อเป็นขาประจำไว้ซะแล้ว และแกงส้มที่เสร็จแล้วในหม้อก็จะหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ น้ำขลุกขลิกนะคะ


เรื่องเครื่องแกงเนี้ย ช่วงนี้หอมกระเทียมไม่แพงมาก ป้าอิ๋วว่าจะทำเครื่องแกงชนิดต่างๆ เก็บใส่ตู้เย็นไว้ทานได้หลายครั้ง และมานำเสนอบ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้เป็นสูตรของตัวเองไปด้วย ได้แกงที่รสชาดไม่เหมือนใครค่ะ แต่คงต้องชั่งตวงวัดกันพอสมควร ในชีวิตจริงเราทำอาหารก็ไม่ค่อยได้ทำแบบนี้กันเนอะ อาศัยชิมเอา จำรสชาดเอา อาหารไทยหลายอย่างจึงสูญหายไปกับการลาจากของคนทำเก่งๆไงคะ แต่เดี๋ยวนี้วงการอาหารของไทยเริ่มได้จัดทำและเก็บสูตรอาหารกันมากแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะสูตรอาหาร จัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึงเช่นกันค่ะ


วันนี้ป้าอิ๋วขอตัวไปทานแกงส้มก่อนนะคะ คอยนานๆ แล้วเปรี้ยวปากค่ะ อย่างที่รู้กันอยู่ว่าแกงส้มใต้น่ะ รสเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้าน ขนาดไหน กะว่าจะทำไข่เจียวมาแจมอีกสักจาน อืม อร่อย จนต้องเติมข้าวเป็นจานที่ 2 ทุกทีเลย…..แค่นี้ก็อร่อยและมีความสุขกับการทานอาหารใต้ที่บ้าน ในวันหยุดพักผ่อนวันนี้ค่ะ หวังให้ทุกคนมีความสุขในวันหยุดสบายๆ แบบนี้เช่นกันค่ะ…….

พล่าปลาสมุนไพร

 


ครั้งนี้เป็นเมนูที่ 5 สำหรับ Cooking for Hope ของป้าอิ๋วค่ะ สำหรับคนที่อยากจะทำบุญกับบ้านโฮมฮัก ก็ช่วยกันส่งเมนูกันเข้ามาให้ครบ 100 เมนู ก่อนวันที่ 31 กรกฏาคม 2553 นี้นะคะ
ปลา เป็นอาหารสุขภาพที่ดี มี โอเมก้า 3 ผู้ใหญ่ถึงต้องบอกเด็กให้ทานเพราะเยอะๆ จะได้แข็งแรงและฉลาด สำหรับป้าอิ๋ว ไม่ต้องมีอะไรมาอ้างอิงมากกมายก็ชอบทานปลาอยู่แล้ว เนื่องมาจากถูกฝึกมาจากครอบครัวนั่นเองค่ะ


ป้าอิ๋วนำเสนอเมนูปลา ไปหลายรายการแล้ว ส่วนมากจะเป็นเมนูอาหารใต้นะคะ วันนี้เป็นเมนูอาหารไทยภาคกลางกันบ้างนะคะ ซึ่งเนื้อปลาที่นำไปพล่านั้นต้องเลือกปลาชนิดที่มีเนื้อพอสมควรค่ะ เนื่องจากต้องใช้แต่เนื้อล้วนๆ จะเป็นปลาอะไรก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลค่ะ และปลาที่จะนำมาปล่าอาจจะทอด ปิ้งย่าง หรือลวก ก็ตามชอบเลยเช่นกัน ปลาวันนี้ของป้าอิ๋วเป็นปลาสากค่ะ โดยแล่เอาแต่เนื้อและนำมาลวกให้สุกก่อนแล้วค่อยมาทำเครื่องปรุงรสคลุกเคล้าเข้ากัน มาส่วนผสมกันนะคะ


ส่วนผสม

Ingredients
เนื้อปลาสด หั่นชิ้นพอคำ 100 กรัม
100 g. of  fish  filet, sliced into bite size
หอมแดงซอย 20 กรัม
20 g. of shallot, thinly sliced
ตะไคร้ซอย 10 กรัม
10 g. of lemongrass, thinly sliced
ใบมะกรูด 2 ใบ
2 leaves of bergamot leaves, thinly sliced
สาระแหน่ห์ ปริมาณตามชอบ
Mints




น้ำปรุงรส

Spicy dressing
พริกป่น หรือพริกสดซอย 1 ช้อนชา
1 tea spoon of ground chili
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of lime juice
ซีอิ๊วหรือน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of soy sauce or fish sauce
น้ำตาลปี๊บ 1/2  ช้อนโต๊ะ
½  table spoon of palm sugar
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
1 table spoon of chili paste (num prik pao)




วิธีปรุง

ทำน้ำปรุงก่อนนะคะ เริ่มจากนำส่วนผสมของเครื่องปรุงทั้งหมด ใส่ในชามผสมแล้วยีให้เข้ากัน แล้วชิมค่ะ สามารถเพิ่มหรือลดทุกอย่างได้ตามชอบค่ะ เนื่องจากความเค็มของน้ำปลายแต่ละยี่ห้อหรือซีอิ๊วไม่เท่ากัน น้ำพริกเผาก็เผ็ดหวาน ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ชิมทุกครั้งที่ทำอาหารไทยค่ะ เสร็จแล้วเตรียมไว้คลุกค่ะ
Toss all the spicy dressing together  in the big bowl. Check the seasonings, and add some more ingredient  if needed.  This depends on favorite taste.   Set aside.


นำเนื้อปลามาลวกในหม้อที่มีน้ำเดือด ประมาณ 2 นาที แล้วตักเอาแต่เนื้อปลาค่ะ
In the pot with boiling water, add fish filet and boil it about 2 minutes until done. Use strainer for take it out.




มาดูที่ชามผสมของน้ำปรุงนะคะ ใส่เนื้อปลาลวกคะ และตามด้วยสมุนไพรอื่นที่เตรียมไว้ค่ะ มี หอมแดงซอย ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย และสาระแหน่ห์ เหลือสาระแหน่ห์ไว้ตกแต่งบ้างนะคะ แล้วชิมอีกครั้งค่ะ ยำควรจะมีรสเปรี้ยวนำ เผ็ดเล็กน้อย เค็ม และหวานตามมาค่ะ ถ้าชอบเผ็ดมากๆ ก็สามารถหั่นพริกสดเพิ่มลงไปได้ค่ะ
Add the boiled fish filet, shallots, lemongrass, bergamot leaves  and mints in the spicy dressing bowl. Keep some mints for garnishing. Check the seasonings again. The salad should taste sour, hot, and salty, with a slight sweetness at the end. If you like it very spicy, sliced a couple of fresh chili and put them in.






ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยสาระแหน่ห์ และเสริฟทานทันทีค่ะ ยำทิ้งไว้นานๆ จะชืด ไม่อร่อยค่ะ ทานกับข้าวหูงสุกใหม่ๆ หรือข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ ก็จะดีมากค่ะ
Garnishing with mints. Serve immediately with freshly cooked jasmine rice, or brown rice.


ป้าอิ๋วคิดว่าเมนูนี้คงเป็นเมนูในดวงใจของใครๆ หลายคนเหมือนกันนะคะ อาจใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือทานเป็นอาหารหลักก็ได้ค่ะ เพื่อสุขภาพจริงๆ ค่ะ หวังว่าเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนคงสุขภาพดีกันถ้วนหน้าจากการทำอาหารจากปลาทานกันนะคะ

ปลาจาระเม็ดทอดซอสขิง



อาหารจานนี้ เป็นอาหารประจำบ้านของป้าอิ๋วเลยค่ะ ทำทานบ่อยมาก ตั้งแต่เด็กจนอายุมากกว่าวัยกลางคน อิอิ ชอบทานกันทั้งบ้านค่ะ อาหารจานนี้ ทำได้กับปลาหลายๆชนิด พอป้าอิ๋วได้ปลาจาระเม็ดมาก็นึกขึ้นได้ว่า เมนูนี้เคยเป็นเมนูโปรดของป้าอิ๋ว เลยจัดการทำทานซะให้หายคิดถึงกันไปเลยค่ะ


เครื่องปรุงทั้งหมด

ปลาจาระเม็ด  3 ตัวเล็กๆ ควักไส้ทำความสะอาดและบั้ง 1-2 ครั้ง
หอมใหญ่ หัวใหญ่  ¼ หัว
ต้นหอมหั่นท่อน  2 ต้น
ขิงซอย ตามชอบ
พริกชี้ฟ้าสด ผ่าครึ่งตามยาว 6 เม็ด
กระเทียมจีน ผ่าครึ่งตามยาว 4-5 กลีบ
กระเทียมไทยบุบและสับละเอียด 4-5 กลีบ
นำมันพืช   1 ½-2 ช้อนโต๊ะ



เครื่องปรุงรส เกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำมันหอย


วิธีปรุง

ปลาจาระเม็ด ซับให้สะอาด โรยเกลือเล็กน้อย นำมาทอดในน้ำมันร้อนๆ พอสุกนิ่ม ไม่ต้องถึงกับกรอบค่ะ หรือใครจะชอบแบบกรอบ ก็ไม่ว่ากันค่ะ ตามชอบค่ะ ทำเองทานเองนี่คะ ปลาที่ทอดแล้วซับน้ำมันและจัดใส่จานไว้ค่ะ






มาทำซอสขิงกันค่ะโดย นำน้ำมันพืชใส่กะทะ ใส่กระเทียมไทยบุบ ลงเจียวก่อนให้หอม


ใส่ขิงซอย หอมใหญ่ กระเทียมจีน ผัดในกระทะจนสุกหอม ตอนนี้ระวังกระทะไหม้นะคะ ไฟอย่าเพิ่งแรงค่ะ


เติมน้ำครึ่งถ้วยตวง หรือมากน้อยกว่านั้น เพราะเดี๋ยวน้ำจะงวดลงอีกนิ๊ดหนึงค่ะ และปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสข้างบนชิมรสตามชอบ




เมื่อรสชาดได้ที่แล้วก็ใส่ต้นหอม พริกซอย และบีบมะนาว และปิดไฟค่ะ
เสริฟโดยนำมาราดเป็นปลาทอดที่จัดเตรียมไว้ในจาน ทานร้อนๆ  อร่อยค่ะ




ป้าอิ๋วคิดว่าหากใครเคยทานข้าวแกงที่ร้านอาหารใต้ น่าจะเคยเห็นเมนูนี้นะคะ อาจจะไม่ใช่ปลาจาระเม็ด แต่เป็นปลาชนิดอื่นก็ได้ค่ะ หากติดใจ ใช้สูตรอาหารบ้านป้าอิ๋วไปลองทำทานดูนะคะ




ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการทำอาหารทานเองที่บ้าน เพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเองค่ะ พบกันใหม่กับเมนูอาหารใต้อร่อยๆ เมนูถัดไปนะคะ






สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย