แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rice แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rice แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โจ๊กข้าวหอมนิล-ไก่ดำ (Hom-Nin rice congree with black chicken)





เมจิกนี้ เป็นการออกโจทย์จากน้องเอิง เลือกสีได้ถูกใจวัยดึกอย่างป้าอิ๋วจริงๆเลยค่า ขอบอก…..


หม่อมป้า เสกเมนูนี้ไว้หลายเพลาแล้ว เนื่องจากว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อน คำนวนการโคจรของดวงดาวผิด เสกอาหารดำ แล้วไม่ดำได้ดั่งใจ กลายเป็นสีม่วงไปซะ ก็เลย เก็บมาจนถึงวันนี้ค่ะ



ก่อนอื่น แขกมาบ้าน ก็ต้องมี welcome กันก่อนนะคะ ป้าอิ๋วเลยมี “ข้าวหมาก-ข้าวเหนียวดำ” เป็น welcome dessert นะคะ ปกติข้าวหมากบ้านอื่น เขาไม่มีเมา หรือมีแอลกอฮลล์เล็กน้อย แต่วันนี้ แป้งข้าวหมากป้าอิ๋วเก็บในตู้เย็นเป็นอาทิตย์หลังจากทำเสร็จ ก็เลยแอลกอฮอล์มากกว่าข้าวหมากปกติค่ะ คล้ายๆ จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทานอาหารเลยนะคะเนี่ย ….เรียกน้ำย่อยค่ะ


กรึ่มๆ เล็กน้อย ก็มาจัดการอาหารจานหลักของเราค่ะ แต่ดันคล้ายจะเป็นอาหารเช้าซะนี่ “โจ๊กข้าวหอมนิล” กลิ่นพิเศษเฉพาะ ไม่เหมือนใครจริงๆ ค่ะ รสชาดก็เป็นเอกลักษณ์นะคะ ส่วนไก่ดำ ก็คือไก่บ้านสีดำ นะเอง ถ้าใครนึกรสชาดไม่ออก ให้นึกว่าทานไก่บ้านนะคะ



**ทำไม ใครๆ ก็ตกใจผ๊ม...กันนักหนา....ผ๊มออก หล่อ หล่ำ ดำ เข้ม ขนาดนี้ อิอิ**


เครื่องปรุง โจ๊กข้าวหอมนิล-ไก่ดำ


ข้าวหอมนิล ป้าอิ๋วใช้แบบจมูกข้าวหอมนิล (เขียนอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วเป็นข้าวที่หักนั่นเอง) อาจแช่น้ำไว้ก่อน 1 คืนนะคะ 


เนื้อไก่ดำ ส่วนอก สับๆ ½ ถ้วย



น้ำซุปไก่ดำ
เกลือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำรวมกัน
เครื่องปรุงตอนทาน น้ำมัน+กระเทียมเจียว ขิงซอย ต้นหอมซอย ซอสปรุงรส พริกไทยป่น ตามชอบค่ะ



วิธีทำ

ต้มน้ำซุปไก่ดำไว้ก่อนอาจจะทำไว้ก่อนได้ หรือจะทำไก่ตุ๋นยาจีนก็ได้ แต่ต้มไก่ตอนแรก แบ่งน้ำซุปเอาไว้  3 ถ้วยค่ะ



เอาน้ำซุปมาใส่หม้อหรือกะทะ ใส่เนื้อไก่ดำสับลงไปรวนน้ำซุปจนสุก ตักพักไว้



ต้มข้าวหอมนิลกับน้ำซุปที่เหลือจากรวนไก่จนสุกนิ่ม แล้วนำเข้าเครื่องปั่น ปั่นจนเนียน แต่ไม่มากนะคะ (ฟังแล้วงง ๆ เนอะ)





แล้วนำออกมาตั้งไฟอีกครั้งค่ะ กวนจนเดือด อีกครั้ง อาจเติมน้ำซุปเพิ่มค่ะเพื่อให้ได้ความข้นตามที่เราต้องการ



ปรุงรสก่อนเล็กน้อย ป้าอิ๋วใส่แค่เกลือค่ะ แต่ถ้าน้ำซุปปรุงมาแล้ว ก็ไม่ต้องค่ะ



ตักเสริฟใส่ถ้วย ตามด้วยเนื้อไก่รวนโรยขิงซอย ต้นหอมหอย และกระเทียมเจียว  โรยพริกป่นตามชอบ


ได้โจ๊กมากะละมังหนึง นึกถึงปาท่องโก๋เลยค่ะ เห็นน้องหนึ่งทำปาท่องโก๋แล้วกินกับโจ๊ก กะละมังหนึงวันก่อน (หุหุ) แล้วอยากหาปาท่องโก๋มาทานด้วยจริงๆเลยค่ะ แต่ต้องขับรถไปตลาด 7 กิโล ตอนเช้าๆ ค่ะถึงจะได้กิน ลำบากเนอะ


จริงๆ ถ้วยใหญ่ๆ นี้ ป้าอิ๋วทานไม่หมดหรอกค่ะ ก็แบ่งทานกัน 2 คนได้ อิ่มได้ทั้งเช้า หรือจะเป็นมื้อเย็น (ไหนๆ ก็มีแป้งข้าวหมากเป็นของเรียกน้ำย่อยแล้วนี่…) ก็อิ่มสบายท้องค่ะ

ปิดท้ายวันม่วงคราม ด้วย “ขนมไข่นกกะทามันสีม่วง” ซึ่งรสชาดไม่ได้ต่างจากมันสีเหลืองที่นิยมทำกันแต่ประการใด ปิดตาหยิบใส่ปาก ก็ไม่ อาจบอกความแตกต่างค่ะ แต่สีสรร ประทับใจจริงๆค่ะ

วันนี้ มุขผ้าคลุมโต๊ะ ตามธีมสี ไม่มีจ้า…น้องๆ ที่รักทั้งหลาย

จบธีม “ม่วงคราม วาบหวามใจ” โจทย์จากน้องเอิง คนสวยจากอิตาลี่ ไม่ทราบว่าจะวาบหวามถูกใจคนออกโจทย์หรือเปล่านะเนี่ย แต่โจ๊กชามนั้น ถูกใจป้าอิ๋วแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะแป้งข้าวหมาก ที่แจกใครๆ ก็ชื่นชอบ เพราะอร่อยกว่าแป้งสีขาวจริงๆ
พบกันใหม่กับโจทย์ครั้งหน้า ไม่รู้ว่าแม่มดเจ้าเสน่ห์คนไหนจะได้เข้าวินกันหนอ….ลุ้นๆๆๆๆๆๆ






วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ข้าวผัดซีอิ๊วไก่

ตั้งแต่เด็กๆ มาจนโต ที่ป้าอิ๋วอยู่กับครอบครัว จำความได้ว่า ข้าวผัดที่บ้าน จะต้องมีสีดำของซีอิ๊วเสมอค่ะ และป้าอิ๋วก็ชอบมาก พ่อก็เรียกชื่อป้าอิ๋วว่า ซีอิ๊วมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ

แต่อีกความนัยหนึง ก็เพราะป้าอิ๋วตัวดำด้วยแหละ อิอิ

พอโตขึ้น ทานอาหารนอกบ้าน ก็ให้แปลกใจว่า ทำไมข้าวผัดทานนอกบ้าน สีไม่ดำเลย และรสชาดก็ต่างออกไป แต่ก็ไม่ได้สงสัย และเกิดเป็นความเคยชินค่ะ และไม่เคยนึกว่าที่บ้านทำอาหารแปลกจากบ้านอื่นๆในละแวกเดียวกันเสมอ


จนโต ก็ไม่เคยได้ทานข้าวผัดสีดำ นอกจากที่บ้านเท่านั้นค่ะ จนมาเห็นการรีวิวของเพื่อนๆ หลายๆ บล๊อค ที่ได้ทานข้าวผัดซีอิ๊วในร้านอาหารจีน ก็เลยรู้ว่า อ๋อ แม่ทำอาหารจีนให้เราทานนั่นเอง อิอิ


วัฒนธรรมภาษาและการทานอาหารที่บ้าน ค่อนข้างกระเดียดไปทางจีนมาเลเซียด้วยค่ะ แต่ด้วยความที่เราอยู่ในหมู่ญาติที่มีแต่คนใต้ อาหารใต้แท้ ก็ซึมซับอยู่ในตัวป้าอิ๋วเช่นกันค่ะ


แต่วันนี้ จะขอนำเสนอข้าวผัดซีอิ๊วแบบที่บ้านนะคะ ซึ่งครั้งหนึ่ง คุณไหม จากบล็อค Khunmai studio ก็เคยรีวิวไว้ และบอกว่าเป็นสูตรที่บ้านแม่เธอ ที่สงขลาเช่นกันค่ะ อืม ก็ดีใจนะคะ ที่มีคนทานอาหารเหมือนเรา ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ใช่คนทานอาหารแปลกค่ะ


เครื่องปรุงข้าวผัดซีอิ๊วไก่

ข้าวกล้องหูงร่วนๆ 3 ถ้วย
เนื้อไก่สับหรือเป็นชิ้น 150 กรัม
ก้านคะน้า จะใส่ใบด้วยก็ได้
หอมใหญ่ ครึ่งหัว หั่นลูกเต๋า
มะเขือเทศ 1 ผล จะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
เซอลารี่ หั่นเต๋า เล็กน้อย อันนี้เป็นทางเลือก ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
ต้นหอม ผักชีซอย
กระเทียมไทยสับ 5-7 กลีบ




เครื่องปรุงข้าวผัด ซีอิ๊วเกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย พริกไทยป่น
เครื่องเคียงตอนทาน ต้นหอม ผักชี แตงกวา มะนาวซีก


วิธีปรุง

เหมือนข้าวผัดทั่วไปเลยค่ะ คือเอากระเทียมบุบลงเจียวให้หอม แล้วใส่เนื้อไก่ลงผัดค่ะ


ผัดจนสุกก็ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้สุกก่อนนะคะ สุกสีใสค่ะ จะทำให้น้ำมันมีรสชาดของหอมด้วยค่ะ


แล้วใส่ผักที่เหลือลงไปค่ะ ผัดสักพักก็เติมซีอิ๊วดำหวาน ประมาณ 2 ช้อนชาได้มั้งคะ และตามด้วยเครื่องปรุงอื่น ชิมตามชอบ




ใส่ข้าวกล้องสุกลงไป ผัดไฟแรงๆ เร็วๆ แล้วตักเสริฟร้อนๆค่ะ


โรยพริกไทยป่น (วันนี้ลืมค่ะ) บีบมะนาว (ลืมอีกแล้วค่ะ) ทานกับต้นหอม ผักชีและแตงกวาแช่เย็นเจี๊ยบ


ป้าอิ๋วหมู่นี้ลืมบ่อยจังเลยค่ะ ถ้าทำอาหารแบบไม่มีรายการ คือทำตามความเคยชิน ก็จะลืมโน่น นี่ นั่นเสมอค่ะ แต่ถึงจะมีรายการกำกับ บางครั้งป้าอิ๋วก็ยังลืมค่ะ บางครั้งทานไปหมดแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าเราลืม ฮ่า…..


ข้าวผัดบ้านป้าอิ๋วไม่ใส่ไข่ค่ะ หากใครพิสหมัย ก็ใส่ลงไปเลยค่ะ ไม่ว่ากัน


ข้าวผัดซีอิ๊ว ก็คือข้าวผัดธรรมดาๆ บ้านเรานะแหละค่ะ เพียงแต่ใส่ซีอิ๊วเพิ่มไปแค่นั้นเองค่ะ ลองทำทานดูนะคะ


พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ

ข้าวขาหมู-ขาหมูพะโล้


วันก่อน คุณฉวี รีวิวข้าวขาหมู กระตุ้นต่อมน้ำลายของสาวเล็ก สาวน้อย สาววัยกลางคน และวัยชรา กันถ้วนหน้า หนึ่งในนั้น มีป้าอิ๋วรวมอยู่ด้วยค่ะ ความอยาก มันทะลายต่อมกลัวไขมันอย่างกระจุย กระจาย ทำเป็นลืมๆ ไปพักหนึงก่อนค่ะ


ปกติข้าวขาหมู ซื้อทานไม่บ่อยนักค่ะ และก็ทานไม่สะใจกันนะคะ หากซื้อเฉพาะขาหมู เจ้าอร่อยๆ ขาหนึงก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ ไหนๆ ก็อยู่ในห้องสูตรอาหารของบล็อกแกงค์กันทั้งที อาหารง่ายๆ แบบนี้ จะปล่อยผ่านไปซื้อเขาตลอดไปก็กระไรอยู่นะคะ ลองมาทำเองกันดูสักทีจะเป็นไรไป



สมัยก่อน ป้าอิ๋วไม่เคยทานข้าวขาหมูเลยค่ะ ก็ไม่รู้รังเกียจอะไรเขาหนักหนา จริงๆ เป็นการสะกดจิตตัวเองมาตั้งแต่วัยรุ่นละมั้ง ว่าอาหารแบบนี้ อ้วนนะ อย่าทานนะ ก็เลยเป็นนิสัยไปเลยค่ะ แต่ป้าอิ๋วมาเปลี่ยนความคิด ก็มาเจอขาหมูพะโล้ใส่โอวัลติน ที่อาจารย์ท่านหนึงทำให้ทานตอนไป field trip ที่เขาใหญ่ค่ะ อาจารย์ท่านเป็นนักเรียนนอก ที่ดูผู้ดีและไฮโซ แต่เรื่องการทำอาหารเธอไม่เป็นรองใคร รวมทั้งขาหมูพะโล้ ที่ทำให้ป้าอิ๋วผู้รังเกียจขาหมู กลายมาเป็นคนชอบทานข้าวขาหมูไปได้ ช่างเป็นสูตรที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เสียดายตอนนั้น ไม่ได้ถามสูตรที่แน่นอนค่ะ รู้แต่ว่าท่านใส่โอวัลตินค่ะ และที่สำคัญคือ ในครัวที่เราทำอาหารกัน ไม่มีผงชูรสค่ะ เพราะฉะนั้น ความอร่อยของขาหมูวันนั้น มาจากฝีมือท่านล้วนๆ เลยค่ะ



หลังจากนั้น เมนูพะโล้ๆ ต่างๆ ป้าอิ๋วก็เอาทำมาลงกระเพาะเสมอค่ะ แต่ไม่เคยทำขาหมูพะโล้ วันนี้ขอลองสูตรคุณฉวีหน่อยค่ะ เพราะใส่โอวัลตินเหมือนกับที่ป้าอิ๋วเคยทานแล้วติดใจค่ะ แต่ป้าอิ๋วไม่ใส่น้ำมันหอย และมีซวงเจียเพิ่มมาค่ะ และสัดส่วนที่ป้าอิ๋วทำในวันนี้น้อยกว่าคุณฉวีด้วยค่ะ เพราะซื้อมาแค่นั้นค่ะ ตอนซื้อไม่ได้คิดว่าจะเป็นข้าวขาหมูน่ะค่ะ


เครื่องปรุงขาหมูพะโล้

ขาหมู 600-700 กรัม
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 10-15 ดอก
กระเทียม 9 กลีบ
พริกไทย 20 กลีบ
รากผักชี 1 ราก
โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
อบเชยแท่ง 1 แท่ง
ซวงเจีย 1 ช้อนชา (ใครไม่มี ก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)
น้ำเปล่า 2 ลิตร

 
 

เครื่องปรุงรส 

เกลือป่น 3 ช้อนชา
โอวัลติน 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลโตนด อย่างละ 1 ช้อนชา ก่อน ชิมแล้วค่อยเติมอีกค่ะ

น้ำจิ้ม

พริกเหลือง 3 เม็ด
น้ำส้มสายชูหมัก 5 ช้อนโต๊ะ (ป้าอิ๋วใช้ rice vinegar ค่ะ ที่บ้านไม่ทานน้ำส้มสายชูกลั่นค่ะ)
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
กระเทียม ไทย 9 กลีบ (เหตุที่ 9 กลีบ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นมงคลอะไรหรอกค่ะ แต่บังเอิญกระเทียมหัวนั้นมี 9 กลีบค่ะ อิอิ)


วิธีทำน้ำจิ้ม เอาพริกเหลืองและกระเทียมตำหยาบ



แล้วตักใส่หม้อ ที่มีน้ำส้ม น้ำตาลและเกลืออยู่แล้ว ตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย แล้วยกลงพักให้เย็นค่ะ น้ำจิ้มสูตรนี้ดั้งเดิมก็เป็นของคุณฉวีค่ะ แต่ป้าอิ๋วประยุกต์ตามความชอบของตัวเองค่ะ



วิธีปรุงขาหมูพะโล้

ขาหมูล้างให้สะอาด แล้วเอาเข้าเตาอบ อบให้แห้งเล็กน้อยก่อนค่ะ คุณฉวีบอกว่า เตาเธอมีระบบกริล แต่ของป้าอิ๋วเตาอบแบบไหนก็ไม่รู้ อิอิ เอาเข้าอบเหมือนขนมโล๊ดดดดด ประมาณ 15 นาที จริงๆขาหมูป้าอิ๋ว ดูสะอาดไม่มีขนเลยค่ะ เป็นหมูที่รักความสะอาด ดูแลตัวเองดีมากกกกก หรือสงสัยเขาเผามาแล้วค่ะ แค่สงสัยนะคะ แต่ไม่มีรอยเผาค่ะ



ระหว่างรอขาหมู ก็มาเตรียมเครื่องปรุงนะคะ


ตำ กระเทียม พริกไทย รากผักชี และซวงเจีย อ้อแบ่งเกลือมาใส่ตอนตำนิดหนึงนะคะ จะได้ตำง่ายๆ



ตั้งน้ำเปล่าใส่หม้อรอให้เดือด ใส่ 3 เกลอที่ตำไว้ และทะยอยใส่อย่างอื่นคือ โป๊ยกั๊ก และแท่งอบเชยค่ะ



ตอนนี้ขาหมูได้ที่แล้วค่ะ นำมาใส่ลงหม้อเลยค่ะ ตอนนี้น้ำเกือบล้นหม้อเลยค่ะ อิอิ



แล้วใส่เห็ดหอม และเครื่องปรุงอื่นๆ ลงไปทีเดียวเลย แล้วก็หรี่ไฟอ่อนๆ เคี่ยวลืมไปเลยค่ะ



ป้าอิ๋วก็ทานข้าว ดูทีวี กลับมาดูอีกทีน้ำงวดเหลือครึ่งหม้อ ชิมๆ ปรุงๆไปตามชอบ สำหรับป้าอิ๋วชอบหวานค่ะ น้ำตาลในรูปที่เห็นใส่เกือบหมดน่ะค่ะ แต่ที่เขียนไว้ในสูตร เขียนให้น้อยไว้ก่อนค่ะ ใครชอบก็ค่อยเติมเพิ่มนะคะ



ตอนเช้ามาอุ่นอีกรอบ ทานเป็นอาหารเช้าค่ะ นุ่มแทบละลายในปากเลยล่ะค่ะ










ทานคู่เคียงกับพริกน้ำส้มตำ อร่อย......



อยากดูข้าวขาหมูแบบฉบับสมบูรณ์ ดูที่นี่ค่ะ ข้าวขาหมูคุณฉวี รูปสวยคมชัดกริบ….คะน้าดูกรอบเขียว พริกน้ำส้มเหลืองสวย มีไข่ต้มด้วย….น่าหม่ำที่สุดเลยยยยยย


สูตรวันนี้ เป็นข้าวขาหมูที่ทำทานเองได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ป้าอิ๋วรับรองได้ สูตรเธอดีจริงๆ ค่ะ



ขอให้เพื่อนๆ สนุกและอร่อยกับการทำอาหารทานเองที่บ้านนะคะ พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ