แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไก่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไก่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โจ๊กข้าวหอมนิล-ไก่ดำ (Hom-Nin rice congree with black chicken)





เมจิกนี้ เป็นการออกโจทย์จากน้องเอิง เลือกสีได้ถูกใจวัยดึกอย่างป้าอิ๋วจริงๆเลยค่า ขอบอก…..


หม่อมป้า เสกเมนูนี้ไว้หลายเพลาแล้ว เนื่องจากว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อน คำนวนการโคจรของดวงดาวผิด เสกอาหารดำ แล้วไม่ดำได้ดั่งใจ กลายเป็นสีม่วงไปซะ ก็เลย เก็บมาจนถึงวันนี้ค่ะ



ก่อนอื่น แขกมาบ้าน ก็ต้องมี welcome กันก่อนนะคะ ป้าอิ๋วเลยมี “ข้าวหมาก-ข้าวเหนียวดำ” เป็น welcome dessert นะคะ ปกติข้าวหมากบ้านอื่น เขาไม่มีเมา หรือมีแอลกอฮลล์เล็กน้อย แต่วันนี้ แป้งข้าวหมากป้าอิ๋วเก็บในตู้เย็นเป็นอาทิตย์หลังจากทำเสร็จ ก็เลยแอลกอฮอล์มากกว่าข้าวหมากปกติค่ะ คล้ายๆ จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทานอาหารเลยนะคะเนี่ย ….เรียกน้ำย่อยค่ะ


กรึ่มๆ เล็กน้อย ก็มาจัดการอาหารจานหลักของเราค่ะ แต่ดันคล้ายจะเป็นอาหารเช้าซะนี่ “โจ๊กข้าวหอมนิล” กลิ่นพิเศษเฉพาะ ไม่เหมือนใครจริงๆ ค่ะ รสชาดก็เป็นเอกลักษณ์นะคะ ส่วนไก่ดำ ก็คือไก่บ้านสีดำ นะเอง ถ้าใครนึกรสชาดไม่ออก ให้นึกว่าทานไก่บ้านนะคะ



**ทำไม ใครๆ ก็ตกใจผ๊ม...กันนักหนา....ผ๊มออก หล่อ หล่ำ ดำ เข้ม ขนาดนี้ อิอิ**


เครื่องปรุง โจ๊กข้าวหอมนิล-ไก่ดำ


ข้าวหอมนิล ป้าอิ๋วใช้แบบจมูกข้าวหอมนิล (เขียนอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วเป็นข้าวที่หักนั่นเอง) อาจแช่น้ำไว้ก่อน 1 คืนนะคะ 


เนื้อไก่ดำ ส่วนอก สับๆ ½ ถ้วย



น้ำซุปไก่ดำ
เกลือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำรวมกัน
เครื่องปรุงตอนทาน น้ำมัน+กระเทียมเจียว ขิงซอย ต้นหอมซอย ซอสปรุงรส พริกไทยป่น ตามชอบค่ะ



วิธีทำ

ต้มน้ำซุปไก่ดำไว้ก่อนอาจจะทำไว้ก่อนได้ หรือจะทำไก่ตุ๋นยาจีนก็ได้ แต่ต้มไก่ตอนแรก แบ่งน้ำซุปเอาไว้  3 ถ้วยค่ะ



เอาน้ำซุปมาใส่หม้อหรือกะทะ ใส่เนื้อไก่ดำสับลงไปรวนน้ำซุปจนสุก ตักพักไว้



ต้มข้าวหอมนิลกับน้ำซุปที่เหลือจากรวนไก่จนสุกนิ่ม แล้วนำเข้าเครื่องปั่น ปั่นจนเนียน แต่ไม่มากนะคะ (ฟังแล้วงง ๆ เนอะ)





แล้วนำออกมาตั้งไฟอีกครั้งค่ะ กวนจนเดือด อีกครั้ง อาจเติมน้ำซุปเพิ่มค่ะเพื่อให้ได้ความข้นตามที่เราต้องการ



ปรุงรสก่อนเล็กน้อย ป้าอิ๋วใส่แค่เกลือค่ะ แต่ถ้าน้ำซุปปรุงมาแล้ว ก็ไม่ต้องค่ะ



ตักเสริฟใส่ถ้วย ตามด้วยเนื้อไก่รวนโรยขิงซอย ต้นหอมหอย และกระเทียมเจียว  โรยพริกป่นตามชอบ


ได้โจ๊กมากะละมังหนึง นึกถึงปาท่องโก๋เลยค่ะ เห็นน้องหนึ่งทำปาท่องโก๋แล้วกินกับโจ๊ก กะละมังหนึงวันก่อน (หุหุ) แล้วอยากหาปาท่องโก๋มาทานด้วยจริงๆเลยค่ะ แต่ต้องขับรถไปตลาด 7 กิโล ตอนเช้าๆ ค่ะถึงจะได้กิน ลำบากเนอะ


จริงๆ ถ้วยใหญ่ๆ นี้ ป้าอิ๋วทานไม่หมดหรอกค่ะ ก็แบ่งทานกัน 2 คนได้ อิ่มได้ทั้งเช้า หรือจะเป็นมื้อเย็น (ไหนๆ ก็มีแป้งข้าวหมากเป็นของเรียกน้ำย่อยแล้วนี่…) ก็อิ่มสบายท้องค่ะ

ปิดท้ายวันม่วงคราม ด้วย “ขนมไข่นกกะทามันสีม่วง” ซึ่งรสชาดไม่ได้ต่างจากมันสีเหลืองที่นิยมทำกันแต่ประการใด ปิดตาหยิบใส่ปาก ก็ไม่ อาจบอกความแตกต่างค่ะ แต่สีสรร ประทับใจจริงๆค่ะ

วันนี้ มุขผ้าคลุมโต๊ะ ตามธีมสี ไม่มีจ้า…น้องๆ ที่รักทั้งหลาย

จบธีม “ม่วงคราม วาบหวามใจ” โจทย์จากน้องเอิง คนสวยจากอิตาลี่ ไม่ทราบว่าจะวาบหวามถูกใจคนออกโจทย์หรือเปล่านะเนี่ย แต่โจ๊กชามนั้น ถูกใจป้าอิ๋วแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะแป้งข้าวหมาก ที่แจกใครๆ ก็ชื่นชอบ เพราะอร่อยกว่าแป้งสีขาวจริงๆ
พบกันใหม่กับโจทย์ครั้งหน้า ไม่รู้ว่าแม่มดเจ้าเสน่ห์คนไหนจะได้เข้าวินกันหนอ….ลุ้นๆๆๆๆๆๆ






วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ไก่ย่างตะไคร้ (Grilled chicken-lemon grass favor)

 
 
บางครั้ง อาหารบางอย่างเหลือในตู้เย็น เราก็ต้องการกำจัดมัน ก่อนที่มันจะกำจัดตัวเองหรือว่าเสียสะก่อนนั่นเอง เพราะฉะนั้น เมนูของป้าอิ๋ววันนี้ เกิดจากการมีผักสามสีเหลืออยู่ในตู้เย็นนิดหน่อย รวมทั้งสลัดมันฝรั่งด้วย ต้องทำอาหารโปรตีนประเภททอดย่างมาทานคู่กันค่ะ
 
 
ทำไก่ย่างแบบไทยๆ เราก็คงจะดีไม่น้อย เผอิญมีตะไคร้แช่แข็งอยู่ในตู้เย็นด้วย ใช่เลยค่ะ ทำไก่ย่างตะไคร้ดีกว่า ว่าแล้วก็จัดการไปตลาดซื้อสะโพกไก่มาทำเมนูนี้เลย
 
 
เครื่องปรุง
 
สะโพกไก่ 2 ชิ้น บากยาวๆ ลึกๆ
 
เครื่องหมักไก่
 
ตะไคร้หั่นหยาบๆ 2 ต้น
ขมิ้น 1 เซนติเมตร
พริกไทยดำหรือผสมขาว 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
กระเทียม 3 กลีบ ปอกเปลือก
รากผักชี 1-2 ต้น หั่นหยาบ
ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
 
 
วิธีปรุง
 
ทำเครื่องหมักไก่ โดยเอาตะไคร้ ขมิ้น พริกไทย เกลือ กระเทียม รากผักชี ตำให้ละเอียด ใส่ซีอิ๊วขาว แล้วเอาไปหมักไก่ไว้ อย่างน้อย 1/2 ชม ในตู้เย็น
 
 
แล้วนำไปย่าง ป้าอิ๋วย่างกับเตาอบค่ะ ไฟ 180 องศาเซลเซียส 20-30 นาที คอยส่องๆ ดูให้หนังกรอบก็ใช้ได้ค่ะ
 
 
เสริฟ
 
ทานพร้อมผัก 3 สี ต้มครีม และสลัดมันฝรั่ง แก้เลี่ยนดีค่ะ
 
 
เมนูนี้ บ้านเราทานกับข้าวเหนียวนี่ มันใช่เลยนะคะ แล้วก็แก้เลี่ยนด้วยส้มตำ
 
 
อร่อยๆ พบกันใหม่เมนูหน้าค่ะ
 
 

สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย


 

ข้าวผัดซีอิ๊วไก่

ตั้งแต่เด็กๆ มาจนโต ที่ป้าอิ๋วอยู่กับครอบครัว จำความได้ว่า ข้าวผัดที่บ้าน จะต้องมีสีดำของซีอิ๊วเสมอค่ะ และป้าอิ๋วก็ชอบมาก พ่อก็เรียกชื่อป้าอิ๋วว่า ซีอิ๊วมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ

แต่อีกความนัยหนึง ก็เพราะป้าอิ๋วตัวดำด้วยแหละ อิอิ

พอโตขึ้น ทานอาหารนอกบ้าน ก็ให้แปลกใจว่า ทำไมข้าวผัดทานนอกบ้าน สีไม่ดำเลย และรสชาดก็ต่างออกไป แต่ก็ไม่ได้สงสัย และเกิดเป็นความเคยชินค่ะ และไม่เคยนึกว่าที่บ้านทำอาหารแปลกจากบ้านอื่นๆในละแวกเดียวกันเสมอ


จนโต ก็ไม่เคยได้ทานข้าวผัดสีดำ นอกจากที่บ้านเท่านั้นค่ะ จนมาเห็นการรีวิวของเพื่อนๆ หลายๆ บล๊อค ที่ได้ทานข้าวผัดซีอิ๊วในร้านอาหารจีน ก็เลยรู้ว่า อ๋อ แม่ทำอาหารจีนให้เราทานนั่นเอง อิอิ


วัฒนธรรมภาษาและการทานอาหารที่บ้าน ค่อนข้างกระเดียดไปทางจีนมาเลเซียด้วยค่ะ แต่ด้วยความที่เราอยู่ในหมู่ญาติที่มีแต่คนใต้ อาหารใต้แท้ ก็ซึมซับอยู่ในตัวป้าอิ๋วเช่นกันค่ะ


แต่วันนี้ จะขอนำเสนอข้าวผัดซีอิ๊วแบบที่บ้านนะคะ ซึ่งครั้งหนึ่ง คุณไหม จากบล็อค Khunmai studio ก็เคยรีวิวไว้ และบอกว่าเป็นสูตรที่บ้านแม่เธอ ที่สงขลาเช่นกันค่ะ อืม ก็ดีใจนะคะ ที่มีคนทานอาหารเหมือนเรา ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ใช่คนทานอาหารแปลกค่ะ


เครื่องปรุงข้าวผัดซีอิ๊วไก่

ข้าวกล้องหูงร่วนๆ 3 ถ้วย
เนื้อไก่สับหรือเป็นชิ้น 150 กรัม
ก้านคะน้า จะใส่ใบด้วยก็ได้
หอมใหญ่ ครึ่งหัว หั่นลูกเต๋า
มะเขือเทศ 1 ผล จะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
เซอลารี่ หั่นเต๋า เล็กน้อย อันนี้เป็นทางเลือก ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
ต้นหอม ผักชีซอย
กระเทียมไทยสับ 5-7 กลีบ




เครื่องปรุงข้าวผัด ซีอิ๊วเกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย พริกไทยป่น
เครื่องเคียงตอนทาน ต้นหอม ผักชี แตงกวา มะนาวซีก


วิธีปรุง

เหมือนข้าวผัดทั่วไปเลยค่ะ คือเอากระเทียมบุบลงเจียวให้หอม แล้วใส่เนื้อไก่ลงผัดค่ะ


ผัดจนสุกก็ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้สุกก่อนนะคะ สุกสีใสค่ะ จะทำให้น้ำมันมีรสชาดของหอมด้วยค่ะ


แล้วใส่ผักที่เหลือลงไปค่ะ ผัดสักพักก็เติมซีอิ๊วดำหวาน ประมาณ 2 ช้อนชาได้มั้งคะ และตามด้วยเครื่องปรุงอื่น ชิมตามชอบ




ใส่ข้าวกล้องสุกลงไป ผัดไฟแรงๆ เร็วๆ แล้วตักเสริฟร้อนๆค่ะ


โรยพริกไทยป่น (วันนี้ลืมค่ะ) บีบมะนาว (ลืมอีกแล้วค่ะ) ทานกับต้นหอม ผักชีและแตงกวาแช่เย็นเจี๊ยบ


ป้าอิ๋วหมู่นี้ลืมบ่อยจังเลยค่ะ ถ้าทำอาหารแบบไม่มีรายการ คือทำตามความเคยชิน ก็จะลืมโน่น นี่ นั่นเสมอค่ะ แต่ถึงจะมีรายการกำกับ บางครั้งป้าอิ๋วก็ยังลืมค่ะ บางครั้งทานไปหมดแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าเราลืม ฮ่า…..


ข้าวผัดบ้านป้าอิ๋วไม่ใส่ไข่ค่ะ หากใครพิสหมัย ก็ใส่ลงไปเลยค่ะ ไม่ว่ากัน


ข้าวผัดซีอิ๊ว ก็คือข้าวผัดธรรมดาๆ บ้านเรานะแหละค่ะ เพียงแต่ใส่ซีอิ๊วเพิ่มไปแค่นั้นเองค่ะ ลองทำทานดูนะคะ


พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

อกไก่พันแฮม (ham and chicken brust)

 
 
เมนูวันนี้ กลับมาที่ขวัญใจมหาชนคนพูดเก่ง ในวงการบันเทิงด้านอาหาร ที่ป้าอิ๋วดูตั้งแต่หนุ่มน้อย กลายเป็นหนุ่มมาก และมวลกายน้อยๆ กลายเป็นเต่งตึง นั่นก็คือ หนุ่ม Jamie Oliver ที่หลายคนชื่นชอบรวมทั้งป้าอิ๋ว เพราะแกพูดไปทำไป โยนๆ สับๆ โน่นนี่ลงกะทะ กลายเป็นเมนูที่ดูดี ดูอร่อยไปซะทุกอย่าง พรสวรรค์จริงๆ ค่ะ ยกให้เขาเลย
 
 
เมนูวันนี้ก็เช่นกัน ฮีนำเสนอเมนูที่ง่ายมากๆ และก็จริงอย่างที่พูดเลยค่ะ ว่ามันทำง่าย เครื่องปรุงน้อยอย่างและเสร็จในเวลาอันรวดเร็วจริงๆ ค่ะ เมนูนี้ต้นฉบับเขาใช้พาร์มาแฮมนะคะ แต่ป้าอิ๋วมีแฮมแบบธรรมดาติดบ้าน ขอเอามาใช้กับเมนูนี้ค่ะ
 
 
 
เครื่องปรุง (สำหรับ 2 ที่)
 
อกไก่ 2 ชิ้น
พาร์มาแฮม 4 แผ่น
พามีซานชีสชนิดเกล็ด 2 ช้อนโต๊ะ
ไทม์ 2- 3 กิ่ง
ผิวเลมอน 1/2 ผล
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่นเล็กน้อย
น้ำส้มบัลซามิกแบบเข้มข้น
ขนมปังแผ่นแบบที่ชอบ 2 แผ่น
ผักสลัดรวมๆ
 
 
 
วิธีปรุง
 
เอาอกไก่วางบนพลาสติก แล้วพับอีกด้านมาปิด ทุบเบาๆ ให้บางลงครึ่งหนึ่ง
เปิดพลาสติกออก โรยด้วยใบไทม์  พามีซานซีส พริกไทยป่น และผิวเลมอน
 
 
เสร็จแล้วเอาพามาร์แฮมมาพันบนชิันไก่ ชิ้นละ 2 แผ่น
 
 
กะทะตั้งไฟให้ร้อน เอาขนมปังลงย่างให้ร้อนกรอบทั้งสองด้าน ขยับไว้อีกด้านหนึ่ง
ที่ว่างในกะทะอีกด้านใส่น้ำมันมะกอก เอาชิันไก่ลงจี่ๆ ด้านละ 3 นาที ตักเสริฟ
 
 
เสริฟพร้อมขนมปังปิ้งและสลัดน้ำใสเปรี้ยวๆ ตัดเลี่ยนค่ะ
 
 
อร่อยค่ะ เมนูสังเกตว่า ไม่มีใช้เกลือเลยนะคะ เพราะได้ความเค็มจากชีสและแฮมค่ะ
 
 
อร่อยยิ่งขึ้น ยิ่งได้ทานกับน้ำส้มบัลซามิกค่ะ
 
พบกันใหม่ค่ะ


สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

มัสหมั่นไก่ (Massaman chicken curry)

 



เป็นอาหารอย่างหนึงที่ป้าอิ๋วชอบค่ะ (รู้สึกป้าอิ๋วจะชอบอาหารเยอะเนอะ ) อาหารจานนี้ ไม่แน่ใจว่าที่มาที่ไปมาจากไหน แต่ โดยเครื่องเทศไม่ใช่อาหารไทยแน่นอนค่ะ และต้องเป็นจำพวก อินตะระเดีย….อะไรทำนองนั้นเนอะ แต่ไม่ว่าจะสัณชาติอะไร พี่ไทยเราก็เอามาเป็นสำรับขึ้นครัวไทยไปเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับเมนูนี้ ป้าอิ๋วว่า ชื่อมันคล้ายๆ กับ มาซาล่า อยู่นะ มัสสาหม่าน….มาซาล่า…..(พยายามออกเสียงให้ไกล้เคียงเข้าไว้ อิอิ...ทั้งๆที่ไม่ได้ไกล้กันเล้ย....แม่คู๊ณณณณณณณ)





ตอนทำแกงนี้ น้ำแกงจะกระเด็นกระดอนมาติดเสื้อผ้าด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น ต้องระวัง ใส่ผ้ากันเปื้อนกันด้วยนะคะ เมื่อพร้อมแล้ว ตามป้าอิ๋วมาเลยค่ะ


เครื่องปรุงทั้งหมด

เนื้อไก่น่องติดสะโพก 2 ชิ้น
น้ำพริกแกงมัสหมั่น 5 ช้อนโต๊ะ + กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 1 กล่อง (ของดมันเล็กน้อยค่ะ) จริงๆ น่าจะใส่สัก 2 กล่องๆละ 250 ml นะคะ
มันฝรั่งหั่นชิ้นใหญ่ 3 หัวกลางๆ
หอมใหญ่ 1 หัวใหญ่ๆ
ถั่วลิสงคั่ว ตามชอบ
ใบกระวาน 5 ใบ
น้ำมะขามเปียกข้นๆ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ 
น้ำปลา ตามชอบ
น้ำมันสำหรับผัดเครื่อง 1/3 ถ้วย




น้ำพริกแกงมัสหมั่น

หอมแดง 30 กรัม
กระเทียม 20 กรัม
พริกแห้งเม็ดใหญ่ 8 เม็ด ผ่าเอาเม็ดออกและแช่น้ำ

พริกชี้ฟ้าแห้ง 10 เม็ด หรือใส่มากน้อย ตามระดับความเผ็ดที่ชอบค่ะ หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ
ตะไคร้ซอย 50 กรัม
ข่าซอย 30 กรัม

กานพลูคั่วป่น 10 ดอก
ลูกผักชีคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ 
ยี่หร่าคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ

ลูกกระวานคั่วป่น 3 เม็ด
พริกไทยดำ 15 เม็ด
เกลือ ½ ช้อนชา
กระปิ 2 ช้อนชา
 








วิธีปรุง

นำเครื่องแกงทั้งหมดโขลกเข้าด้วยกัน แต่ป้าอิ๋วใช้เครื่องปั่นค่ะ แล้วใส่กะปิสุดท้าย เกือบลืมเหมือนกันนะเนี่ย นึกขึ้นได้ตอนจะผัดแล้วค่ะ



แล้วนำเครื่องแกงไปผัดในน้ำมันให้หอม ใส่หัวกะทิ (ของป้าอิ๋วเป็นแบบกล่อง ก็ใส่เฉพาะด้านบนของกะทิสัก 1 ใน 4 ค่ะ)



เคี่ยวจนหอม แตกมันค่ะ


ถ้ามีเตาหลายหัว ก็ทำพร้อมๆกับ เอาหางกะทิใส่หม้อและตั้งไฟให้เดือด แล้วใส่เนื้อไก่ลงไปต้มจนสุกค่ะ แต่ถ้ามีเตาเดียวก็ต้มหางกะทิพักไว้ก่อนค่ะ



แล้วนำเครื่องแกงที่เคี่ยวหอมแล้ว มาเทใส่ในหม้อไก่ต้มกะทิค่ะ 
ใส่มันฝรั่ง หอมใหญ่ ถั่วลิสงและใบกระวานลงไปค่ะ






เมื่อเดือดก็ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ชิมรสตามชอบค่ะ แต่ควรจะหวานนำ เปรี้ยวเค็มตามค่ะ และที่ป้าอิ๋วเกือบจะลืมอีกแล้ว ก็ถั่วคั่วไงคะ ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ



เปลี่ยนมาใส่หม้ออีกใบที่ใหญ่กว่าเดิมค่ะ ประมาณการผิดไป เคี่ยวไปก็กระเด็นออกมาซะเตาเลอะเลย.....ใครช่วยป้าอิ๋วล้างเตาบ้างยกมือขึ้น เดี๋ยวให้มัสมั่นเป็นน่องนักฟุตบอลเลย........
 


เคี่ยวจนของทุกอย่างสุกและน้ำแกงข้นขลุกขลิกค่ะ แต่ระวังก้นหม้อไหม้ด้วยนะคะ ต้องคนให้ถึงก้นหม้อค่ะ



ตักเสริฟค่ะ


มื้อนี้ป้าอิ๋วกะจะทานด้วยโรตีค่ะ แต่ลืมเตรียมการไว้ เลยไม่มีโรตี ข้าวก็ไม่ได้หูง (ป้าอิ๋วก็สารภาพตรงๆ ไปเลยซิว่าลืม.....มัวแต่ทำแกงเพลิน เป็นบ่อยไม่ใช่เหรอ อารมณ์เนี้ย! ) รื้อๆ ตู้เย็น มีพิซซ่าแช่แข็ง เอามาอบ แล้วตัดเป็นชิ้นๆ จิ้มกับแกงมัสหมั่น ก็ไม่เลวเลยค่ะ ก็แป้งเขา ก็พวกเดียวกันค่ะ เลยได้อารมณ์ ทานมัสหมั่นกับโรตีค่ะ






มื้อต่อมาถึงจะเอามาทานกับข้าวค่ะ แกงมัสหมั่นที่เคี่ยวมื้อที่ 2 รสชาดเข้มข้นกว่า น้ำแกงก็ข้นกว่าเดิม อร่อยกว่าเดิมด้วยค่ะ


เพื่อนลองทำทานนะคะ รับรองอร่อยติดใจเชียวค่ะ พบกันใหม่ เมนูถัดไปค่ะ
 
 
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย