วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ข้าวขาหมู-ขาหมูพะโล้


วันก่อน คุณฉวี รีวิวข้าวขาหมู กระตุ้นต่อมน้ำลายของสาวเล็ก สาวน้อย สาววัยกลางคน และวัยชรา กันถ้วนหน้า หนึ่งในนั้น มีป้าอิ๋วรวมอยู่ด้วยค่ะ ความอยาก มันทะลายต่อมกลัวไขมันอย่างกระจุย กระจาย ทำเป็นลืมๆ ไปพักหนึงก่อนค่ะ


ปกติข้าวขาหมู ซื้อทานไม่บ่อยนักค่ะ และก็ทานไม่สะใจกันนะคะ หากซื้อเฉพาะขาหมู เจ้าอร่อยๆ ขาหนึงก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ ไหนๆ ก็อยู่ในห้องสูตรอาหารของบล็อกแกงค์กันทั้งที อาหารง่ายๆ แบบนี้ จะปล่อยผ่านไปซื้อเขาตลอดไปก็กระไรอยู่นะคะ ลองมาทำเองกันดูสักทีจะเป็นไรไป



สมัยก่อน ป้าอิ๋วไม่เคยทานข้าวขาหมูเลยค่ะ ก็ไม่รู้รังเกียจอะไรเขาหนักหนา จริงๆ เป็นการสะกดจิตตัวเองมาตั้งแต่วัยรุ่นละมั้ง ว่าอาหารแบบนี้ อ้วนนะ อย่าทานนะ ก็เลยเป็นนิสัยไปเลยค่ะ แต่ป้าอิ๋วมาเปลี่ยนความคิด ก็มาเจอขาหมูพะโล้ใส่โอวัลติน ที่อาจารย์ท่านหนึงทำให้ทานตอนไป field trip ที่เขาใหญ่ค่ะ อาจารย์ท่านเป็นนักเรียนนอก ที่ดูผู้ดีและไฮโซ แต่เรื่องการทำอาหารเธอไม่เป็นรองใคร รวมทั้งขาหมูพะโล้ ที่ทำให้ป้าอิ๋วผู้รังเกียจขาหมู กลายมาเป็นคนชอบทานข้าวขาหมูไปได้ ช่างเป็นสูตรที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เสียดายตอนนั้น ไม่ได้ถามสูตรที่แน่นอนค่ะ รู้แต่ว่าท่านใส่โอวัลตินค่ะ และที่สำคัญคือ ในครัวที่เราทำอาหารกัน ไม่มีผงชูรสค่ะ เพราะฉะนั้น ความอร่อยของขาหมูวันนั้น มาจากฝีมือท่านล้วนๆ เลยค่ะ



หลังจากนั้น เมนูพะโล้ๆ ต่างๆ ป้าอิ๋วก็เอาทำมาลงกระเพาะเสมอค่ะ แต่ไม่เคยทำขาหมูพะโล้ วันนี้ขอลองสูตรคุณฉวีหน่อยค่ะ เพราะใส่โอวัลตินเหมือนกับที่ป้าอิ๋วเคยทานแล้วติดใจค่ะ แต่ป้าอิ๋วไม่ใส่น้ำมันหอย และมีซวงเจียเพิ่มมาค่ะ และสัดส่วนที่ป้าอิ๋วทำในวันนี้น้อยกว่าคุณฉวีด้วยค่ะ เพราะซื้อมาแค่นั้นค่ะ ตอนซื้อไม่ได้คิดว่าจะเป็นข้าวขาหมูน่ะค่ะ


เครื่องปรุงขาหมูพะโล้

ขาหมู 600-700 กรัม
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 10-15 ดอก
กระเทียม 9 กลีบ
พริกไทย 20 กลีบ
รากผักชี 1 ราก
โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
อบเชยแท่ง 1 แท่ง
ซวงเจีย 1 ช้อนชา (ใครไม่มี ก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)
น้ำเปล่า 2 ลิตร

 
 

เครื่องปรุงรส 

เกลือป่น 3 ช้อนชา
โอวัลติน 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลโตนด อย่างละ 1 ช้อนชา ก่อน ชิมแล้วค่อยเติมอีกค่ะ

น้ำจิ้ม

พริกเหลือง 3 เม็ด
น้ำส้มสายชูหมัก 5 ช้อนโต๊ะ (ป้าอิ๋วใช้ rice vinegar ค่ะ ที่บ้านไม่ทานน้ำส้มสายชูกลั่นค่ะ)
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
กระเทียม ไทย 9 กลีบ (เหตุที่ 9 กลีบ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นมงคลอะไรหรอกค่ะ แต่บังเอิญกระเทียมหัวนั้นมี 9 กลีบค่ะ อิอิ)


วิธีทำน้ำจิ้ม เอาพริกเหลืองและกระเทียมตำหยาบ



แล้วตักใส่หม้อ ที่มีน้ำส้ม น้ำตาลและเกลืออยู่แล้ว ตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย แล้วยกลงพักให้เย็นค่ะ น้ำจิ้มสูตรนี้ดั้งเดิมก็เป็นของคุณฉวีค่ะ แต่ป้าอิ๋วประยุกต์ตามความชอบของตัวเองค่ะ



วิธีปรุงขาหมูพะโล้

ขาหมูล้างให้สะอาด แล้วเอาเข้าเตาอบ อบให้แห้งเล็กน้อยก่อนค่ะ คุณฉวีบอกว่า เตาเธอมีระบบกริล แต่ของป้าอิ๋วเตาอบแบบไหนก็ไม่รู้ อิอิ เอาเข้าอบเหมือนขนมโล๊ดดดดด ประมาณ 15 นาที จริงๆขาหมูป้าอิ๋ว ดูสะอาดไม่มีขนเลยค่ะ เป็นหมูที่รักความสะอาด ดูแลตัวเองดีมากกกกก หรือสงสัยเขาเผามาแล้วค่ะ แค่สงสัยนะคะ แต่ไม่มีรอยเผาค่ะ



ระหว่างรอขาหมู ก็มาเตรียมเครื่องปรุงนะคะ


ตำ กระเทียม พริกไทย รากผักชี และซวงเจีย อ้อแบ่งเกลือมาใส่ตอนตำนิดหนึงนะคะ จะได้ตำง่ายๆ



ตั้งน้ำเปล่าใส่หม้อรอให้เดือด ใส่ 3 เกลอที่ตำไว้ และทะยอยใส่อย่างอื่นคือ โป๊ยกั๊ก และแท่งอบเชยค่ะ



ตอนนี้ขาหมูได้ที่แล้วค่ะ นำมาใส่ลงหม้อเลยค่ะ ตอนนี้น้ำเกือบล้นหม้อเลยค่ะ อิอิ



แล้วใส่เห็ดหอม และเครื่องปรุงอื่นๆ ลงไปทีเดียวเลย แล้วก็หรี่ไฟอ่อนๆ เคี่ยวลืมไปเลยค่ะ



ป้าอิ๋วก็ทานข้าว ดูทีวี กลับมาดูอีกทีน้ำงวดเหลือครึ่งหม้อ ชิมๆ ปรุงๆไปตามชอบ สำหรับป้าอิ๋วชอบหวานค่ะ น้ำตาลในรูปที่เห็นใส่เกือบหมดน่ะค่ะ แต่ที่เขียนไว้ในสูตร เขียนให้น้อยไว้ก่อนค่ะ ใครชอบก็ค่อยเติมเพิ่มนะคะ



ตอนเช้ามาอุ่นอีกรอบ ทานเป็นอาหารเช้าค่ะ นุ่มแทบละลายในปากเลยล่ะค่ะ










ทานคู่เคียงกับพริกน้ำส้มตำ อร่อย......



อยากดูข้าวขาหมูแบบฉบับสมบูรณ์ ดูที่นี่ค่ะ ข้าวขาหมูคุณฉวี รูปสวยคมชัดกริบ….คะน้าดูกรอบเขียว พริกน้ำส้มเหลืองสวย มีไข่ต้มด้วย….น่าหม่ำที่สุดเลยยยยยย


สูตรวันนี้ เป็นข้าวขาหมูที่ทำทานเองได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ป้าอิ๋วรับรองได้ สูตรเธอดีจริงๆ ค่ะ



ขอให้เพื่อนๆ สนุกและอร่อยกับการทำอาหารทานเองที่บ้านนะคะ พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ





ข้าวคลุกกะปิ

ป้าอิ๋วเอาเมนูนี้มาลงก่อนเทศกาลทานเจค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่สนับสนุนการถือศีล ละเว้นการใช้ชีวิตสัตว์อื่น มาต่อชีวิตตัวเอง ว่าไปนั่น ช่วงเทศกาลคงไม่มีใครอยากดูอาหารเนื้อสัตว์มั้ง ป้าอิ๋วเดาเอาค่ะ แต่ป้าอิ๋วจะเอามังสวิรัติมาลงแทนค่ะ เพราะทานบ้าง ถึงแม้จะไม่ประจำก็เถอะ


เมนูนี้ ป้าอิ๋วถวิลหามาหลายเพลาแล้ว หลายๆบล๊อก ก็รีวิวมาให้ป้าอิ๋วน้ำลายไหลอยู่เรื่อยๆ แต่ป้าอิ๋วก็ยังไม่ทำทานสักที ก็เนื่องจากป้าอิ๋วรอกะปิ ที่ฝากน้องที่ทำงานซื้อมาให้ค่ะ เจ้าอร่อยของท้องถิ่น กะปิเจ้าอื่นก็พอทานได้ แต่หากจะทำอาหารที่ดีเด่นและเน้นทางด้านกะปิ ก็ต้องใข้กะปิที่ดีค่ะ และเมื่อได้กะปิมาแล้ว เมนูกะปิ ก็จะออกมาจากครัวบ้านป้าอิ๋วอยู่เรื่อยๆ และวันนี้ถึงคิวข้าวคลุกกะปิค่ะ

ป้าอิ๋วอยากจะขอบคุณมากๆ สำหรับเพื่อนที่น่ารักชาวบล๊อกคนหนึงด้วย คือ ป้าอิ๋วได้รับพัสดุจาก กทม. เป็นกุนเชียงปลาที่แสนอร่อย (มากๆ ) ซึ่งได้รับน้ำใจที่น่ารักมาจากคุณบี๋-บ่งบ๋ง ต้นตำหรับน้ำจิ้มเย็นตาโฟอันลือลั่นของห้องสูตรอาหารของเรานั่นเอง ป้าอิ๋วอยากบอกว่า ไม่ได้ทานกุนเชียงที่อร่อยๆ แบบนี้มานานแล้วค่ะ แถวชุมพรไม่มีให้ทานเลยค่ะ นอกจากในห้างต่างๆ ซึ่งก็ไม่อร่อยมากเท่าไรค่ะ ได้กุนเชียงมาป้าอิ๋วก็ทานแบบหวงๆ กลัวหมดด้วยนะ และกุนเชียงอร่อยก็เหมาะกันมากเลยกับข้าวคลุกกะปิวันนี้ หากบ้านอยู่ไกล้ๆ ป้าอิ๋วจะไปป้อนให้ถึงปากเลยค่ะ คุณบี๋ขา เดี๋ยวจะทำไก่หวาน ฝอยๆ ให้เป็นพิเศษเลยค่ะ…..




นี่คือกุนเชียงปลาแสนอร่อยที่ได้รับมาค่ะ ห่อกระดาษแน่นหนา ไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ อิอิ

มาดูข้าวคลุกกะปิของป้าอิ๋วดีกว่านะคะ


เครื่องปรุงข้าว

ข้าวสุกค่ะ ป้าอิ๋วแกล้งหุงข้าวให้เหลือเยอะๆ เพื่อเอาไว้ทำค่ะ เทคนิคเดียวกับการทำข้าวผัดค่ะ คือ ข้าวต้องค้างคืน
กะปิกุ้งอย่างดี เต็มช้อนเลยค่ะ ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะค่ะ สำหรับ 4 จาน
หมูหวาน 
น้ำมันสำหรับผัดกะปิ เล็กน้อย

ส่วนของทอด : ไข่เจียวบางๆหั่นเส้น ปลาสายไหมทอดกรอบ (แทนกุ้งแห้ง) กุนเชียงทอด พริกทอด


ส่วนผักเคียง : หอมแดงซอย ถั่วฝักยาวหั่นละเอียด มะม่วงเปรี้ยวซอย พริกสดซอย มะนาวซีก ผักชี




วิธีปรุง

ต้องเรียงลำดับให้ดีๆนะคะ เพราะอาจจะมั่วและลืมบางอย่างได้ ป้าอิ๋วเริ่มจากหั่นผักค่ะ ผักเคียงทุกอย่างเอามาหั่นและจัดใส่จานไว้ค่ะ


ต่อมา ทอดจำพวกของทอดต่างๆ เริ่มจากกุนเชียง ปลาสายไหม พริกทอด และไข่เจียว นำมาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ และจัดใส่จานไว้เช่นกัน




และมาทำหมูหวานค่ะ แอบจิ๊กหอมแดงซอยมานิ๊ดหนึง เอามาเจียวกับน้ำมันเล็กน้อย และใส่เนื้อหมูสามชั้นลงไปค่ะ หรือใครจะใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ก่อนก็ได้ และชิมปรุงตามชอบ รสชาดหวาน มัน เค็มนะคะ และตักเคียงไว้ในจาน






คราวนี้มาผัดข้าวค่ะ เอากระเทียบบุบใส่น้ำมันร้อนๆ(กะทะใบเดิมค่ะ ขี้เกียจล้างหลายใบ) เจียวให้หอม


ใส่กะปิลงไป ใช้ตะหลิว ขยี้ๆ ให้สุก แห้ง และหอมค่ะ




และใส่ข้าวลงไปค่ะ ผัดๆ ไปมา ใช้ตะหลิวบี้ๆ ข้าวที่เป็นก้อน แต่จริงๆ แล้วควรจะทำให้ร่วนก่อนผัดนะคะ


ผัดจนข้าวหอม แห้งและร่วน แต่วันนี้ข้าวป้าอิ๋วแฉะเล็กน้อยค่ะ อิอิ ออกตัวไว้ก่อนค่ะ


แล้วคราวนี้ มาดูเครื่องเคียงที่จัดลงจาน พร้อมที่จะทานกัน เป็นเช่นไร บ้าง……พร้อมไม๊เอ่ย




มุมผักต่างๆ……พร้อม


มุมของทอด……พร้อม






ในทุกอย่างพร้อมก็ นำมาประกอบร่างค่ะ


เห็นเขาชอบทำกันจัง เอาข้าวอัดใส่ถ้วยแล้วมาวางแหมะในจาน ป้าอิ๋วก็ทำบ้างละกัน จริงๆที่ร้านอาหารทำแบบนี้ ก็ดูสวยงามนะคะ แต่มันได้น้อยค่ะ แฮะแฮะ เลยไม่ชอบค่ะ



และตักทุกอย่างที่อยู่ตรงๆหน้ามาวางๆ ในจานของเรา ใครไม่ชอบอะไร ก็จะไม่ใส่ก็ไม่มีใครว่าค่ะ ป้าอิ๋วชอบทุกอย่างแหละค่ะ แต่ขอมะม่วง และกุนเชียงเยอะๆค่ะ ก็จะได้เป็นเช่นนี้


ลองดูไกล้ซิ เป็นเช่นไร


อีกมุมนะคะ


อืม จัดการรวมตัวได้…..แล้วจะจัดไปทำไมเนี่ย ในเมื่อพอเราจะทานแล้วก็ต้องมารวมกันอยู่ดีแหละ ทำไมไม่รวมกันตั้งแต่แรกละป้า….ก็ มันจะได้ไม่ดูเป็นการคลุกข้าวให้หมูทาน ไงจ๊ะ…..และก็ดูมีวัฒนธรรมในการทานอาหารหน่อยจ๊ะ อื่อ….
อย่าลืมบีบมะนาวนะคะ ชิมหน่อยหนึง อืม อร่อย ถ้าหมูหวานน้ำชุ่มๆ หน่อย น่าจะดีกว่านี้นะ แต่นี่ก็ทานไป 2 จานแล้วค่ะ อร่อย


ที่บ้านป้าอิ๋วสมัยเด็กๆ คุณแม่ทำข้าวคลุกกะปิ จะต้องผัดกะปิ หรือทอดกะปิกับกระเทียมไว้ต่างหากถ้วยเล็กๆ และก็ผัดข้าวคลุกกะปิปกติ แต่รสชาดอ่อนๆ คือใส่กะปิน้อยๆ เพราะเรายังเด็กอยู่ อาจไม่ชอบรสและกลิ่นกะปิเยอะๆ ส่วนผู้ใหญ่ทานก็จะตักกะปิที่ทอดไว้ มาคลุกเพิ่มค่ะ ใครชอบมากน้อยเท่าไรก็เพิ่มเติมกันไปค่ะ ก็จะทำให้ได้ข้าวคลุกกะปิที่ถูกปากถูกใจทุกคนค่ะ เพื่อนๆ ลองทำทานกันดูนะคะ

ข้างล่างนี้เป็นลิงค์ของเพื่อนๆ ชาวบล๊อกที่ทำข้าวคลุกกะปิทานกัน น่าอร่อย หลายเวอร์ชั่น ซึ่งจริงๆ มีเยอะกว่านี้ค่ะ แต่เอามาให้ดูแค่บางคนค่ะ

ข้าวคลุกกะปิ แม่โปแป้ง – Popang (รูปสวยงาม จนอยากจะกระโดดงาบจอคอมฯ เลยเชียว)ข้าวคลุกกะปิ น้องหน่อย – โตเหมี่ยว (ทำหมูหวานได้น่าทานมากกกกกกกก)ข้าวคลุกกะปิแม่ปู – ปูขาเกเซมารู (คนนี้ ยกให้เธอชนะเลิศ ในทุกๆด้าน แม้แต่การซอยหอม และไข่เจียวเป็นเส้นๆ ยังดูดีไปหมด)ข้าวคลุกกะปิ คุณไหม – Khunmai studio (เป็นข้าวคลุกกะปิที่ดูไฮโซมั่กมาก เป็นแม่ครัวที่หน้าตาดีที่สุดเลย….)ข้าวคลุกกะปิ คุณ sun_ice (ข้าวคลุกกะปิ ที่ทำง่ายๆ ทานกันในครอบครัว ดูอบอุ่นดีจังค่ะ)ข้าวคลุกกะปิ ของน้องปอนด์ – Pond sterling (ข้าวคลุกกะปิที่เก๋ ด้วยการใช้แอ๊ปเปิ้ลเขียวแทนมะม่วงค่ะ ไฮโซอีกแล้วค่ะ)ข้าวคลุกกะปิ คุณทนายบอล – ทนายอ้วน (มาด้วยเวอร์ชั่น 2 ภาษา คนไทยทำได้ ฝรั่งทำดีค่ะ)ข้าวคลุกกะปิของคุณ AdrenalineRush (สวยและดูดี มีสไตล์ดีจัง ดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดีค่ะ)

ชอบสูตรไหนของใคร ก็ลองทำทานกันดูนะคะ หรือจะรีมิกซ์ เอาคนโน่นนิด คนนี้หน่อยมาก ก็ไม่เลวนะคะ

ขอให้เพื่อนๆ น้องๆ มีความสุขกับการทำอาหารทานเองที่บ้าน เพื่อคนที่คุณรัก และตัวคุณเอง พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ
 
 

 

สปาเก็ตตี้ลาบคั่ว - Laab spaghetti (Northern Style)




ปกติ ป้าอิ๋วเป็นคนชอบทานสปาเก็ตตี้ค่ะ และก็ทานได้เกือบทุกประเภท แต่ชอบมากชนิดที่แห้งๆ เช่น แบบแองโชวี่ผัดกับน้ำมันมะกอก ดูไม่ค่อยมีเนื้อหนังมังสาและสาระเท่าไร แต่รู้สึกถูกปาก ส่วนแบบอื่นๆ ก็ทานได้เรื่อยๆ ค่ะ แล้วแต่ละครั้งที่ทำก็จะลวกเส้นจนหมดห่อ ซึ่งลวกแล้วได้เส้นเยอะมาก แล้วก็เก็บเข้าช่องฟรีส เมื่อจะทานอีก ก็นำมาต้มน้ำเดือด หรือนำเข้าไมโครเวฟเล็กน้อยก็ใช้ได้แล้ว 
เมื่อมีเส้นสปาเก็ตตี้เหลืออยู่ ก็ต้องทานให้หมด ก่อนที่เขาจะหมดอายุซะ Smiley มองๆดูในตู้เย็นก็มีหมูสับ


และไส้อั่วอยู่ เครื่องลาบก็พอมี ก็ได้ไอเดียปิ้งเลย…สปาเก็ตตี้ลาบคั่วSmiley…
ลาบคั่ว จะต่างจากลาบอีสานที่บุคคลทั่วไปนิยมทานเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่ได้มีข้าวคั่ว และมะนาวแต่อย่างใด แถมยังเพิ่มสมุนไพรอื่นๆในเครื่องปรุงลาบอีก เป็นต้นว่า มะแขว่น และผักสมุนไพรเคียง ก็ต้องทานด้วยผักแพว ถึงจะครบสูตร หรือถ้าชาวเหนือที่มาอ่านเจอ แล้วพบว่าควรจะเพิ่มเติมอะไร ก็รบกวนบอกด้วยนะเจ้า เพราะป้าอิ๋วเป็นคนใต้ ที่รักการทานอาหารเหนือเป็นบางชนิดเจ้า….
 
เครื่องปรุง

1. เส้นสปาเก็ตตี้ลวกไว้ให้พร้อม ม้วนใส่จานรอไว้เลยค่ะ
2. เนื้อหมูสับ 250 กรัม (หมักด้วยผงปรุงลาบ ใส่ตู้เย็นไว้ 2-3 ชั่วโมงหรือข้ามคืน ถ้าไม่ได้หมักก่อนก็ไม่เป็นไรค่ะ) 
3. ผงปรุงลาบ (เป็นซองๆค่ะ หาซื้อได้จากตลาดแถวภาคเหนือทุกที่ ของป้าอิ๋วซื้อจากกาดต้นพยอมค่ะ)


4. ไส้อั่ว หรือไส้กรอกอีสาน ที่มีรสเครื่องเทศ 1 ท่อนใหญ่ๆ หั่นเป็นแว่นๆ (ป้าอิ๋วไส้กรอกอีสานมีข้าวนิดๆ)
น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ


5. ข่า และตะไคร้ คั่วป่น อย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ (วันนี้ป้าอิ๋วมีแต่ ข่าป่นค่ะ)
6. หอมแดงซอย ต้นหอมผักชีซอย ผักชีฝรั่งซอย ผักแพวซอย และผักชีลาว (อันนี้เพิ่มเองตามความชอบส่วนตัวค่ะ)


7. เครื่องปรุงอื่นๆ เช่น น้ำปลา เกลือ น้ำตาลเล็กน้อย
8. ผักเคียงอื่นๆตามชอบค่ะ อาจเป็นถั่วฝักยาว หรือแตงกวา แก้เผ็ดค่ะ


วิธีปรุง


1. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน นำน้ำมันใส่กระทะ พอร้อนก็ใส่หอมซอยลงไป ทอดจนหอมเกือบกรอบและตามด้วยข่าคั่ว


2. ใส่หมูสับและไส้อั่ว ตามด้วยผงปรุงลาบ คั่วไปมาจนสุก พยายามยี อย่าให้หมูสับเป็นก้อนค่ะ


3. ชิมก่อน แล้วค่อยปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำตาล อันหลังเนี่ยใครจะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ ตามชอบนะคะ ส่วนของป้าอิ๋วใส่ค่ะ


4. ใส่ผักที่ซอยไว้ทั้งหมดแล้วปิดไฟทันที ค่อยๆคลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆ




5. แล้วนำมาราดบนสปาเก็ตตี้ที่เตรียมใส่จานไว้ Smiley


6. คลุกเคล้าให้เข้ากันและก็ หม่ำได้เล้ย…….…อ้าปากกว้างๆค่ะ…..


อีกคำนะคะ….อ้ำ (คริ คริ ถ่ายรูปมือเดียวซะด้วยเนี่ยเนี่ย เก่งมะ….)



สูตรนี้ก็ไม่รู้จะขอบคุณใครอีกแล้ว เอาเป็นว่าขอบคุณภูมิปัญญาชาวเหนือที่ทำให้เกิดอาหารที่มีรสชาติหอม เผ็ดร้อน รสจัดจ้าน และอร่อยเช่นนี้ แถมยังสามารถทานด้วยกันได้กับอาหารสันชาตอิตาเลี่ยนอย่างสปาเก็ตตี้ได้อย่าง เข้ากั้น…เข้ากัน….ไม่เชื่อก็ลองทำทานดูนะคะ ทำเป็นมื้อเที่ยงมื้อต่อไปของคุณ รับรองได้ว่า สามารถรับรองแขกได้โดยไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว คงเป็นมื้อเที่ยงที่น่าประทับใจยิ่ง