แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซุป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซุป แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ซุปแครอท (Carrot creamy soup - vegetarian)


แครอท ป้าอิ๋วมักมีใส่ตู้เย็นเป็นประจำ ไม่เคยขาดค่ะ เพราะที่บ้านชอบทานกันทุกคน ใส่ในอาหารหลายอย่าง ผัดผัก ยำ ข้าวผัด ส้มตำ และอื่นๆ ค่ะ หลังๆมา ป้าอิ๋วมักจะเดินทางบ่อย ทำให้เจ้าแครอทถูกลืมอยู่ในตู้เย็น รื้อมาดูอีกที ก็ทำท่าจะน้อยใจอีกแล้ว เลยต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึง อาหารที่ต้องใช้ปริมาณแครอทที่เยอะ ก็น่าจะเป็นเมนูนี้แหละเหมาะสุด แต่หลังมา ป้าอิ๋วชักทานนมเนยบ่อย ทำให้เพื่อนๆ ทักว่า ชักจะหนาขึ้นแล้วนะ ก็เลยต้องหาเมนูที่แคลอรี่ต่ำสักนิ๊ดหนึงสำหรับซุปแบบครีมๆ มาลงตัวที่สูตรนี้เลยค่ะ ใส่เฉพาะนมอย่างเดียว อาจมีเนยสดเข้ามาเล็กน้อยซึ่งใครไม่ใส่ก็ไม่ผิดกติกาค่ะ ที่สำคัญคือไม่มีวิปครีมให้ไขมันส่วนเกินได้เข้ามาพอกพูนกันได้ มาดูส่วนผสมกันเลยค่ะ



เครื่องปรุง – Ingredients

แครอท 2 หัว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มให้สุกเปื่อย
2 carrots, cut in small pieces and boiled


หอมใหญ่ ½ หัว หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ
½ onion, cut in cube


นมสด ½ ถ้วย
½ cup of milk


น้ำซุปผัก 1 ถ้วย
1 cup of vegetable soup stock


เนยสด 1 ข้อนโต๊ะ, หรือไม่ใส่ก็ได้
1 tablespoon of butter, or no need


น้ำมันมะกอก 1 ข้อนโต๊ะ
1 tablespoon of olive oil


เกลือ พริกไทยป่น เบคอนมังสะวิรัติ
Salt, ground pepper and vegetarian bacon



วิธีทำ -- How to cook

Add butter and olive oil in hot pot, add onion and stir stirring every so often until soft. 
เติมเนยและน้ำมันมะกอกในหม้อซุป เติมหอมใหญ่และผัดไปมาจนนุ่ม




Add carrot and ½ cup of vegetable soup stock in wok, Let cook on low heat until it comes to a gentle soft.
เติมแครอทและน้ำซุปผักครึ่งถ้วยลงในหม้อซุป เคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนกระทั่งนุ่มค่ะ




In a stand blender, blend the content of the pot into a smooth pure. Then pour the blended soup back into the pot and let cook gently over low heat. 
ในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมจากกะทะทั้งหมดจนเนียนดี แล้วเทซุปที่ปั่นแล้วกลับลงในหม้อซุป และเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนๆ






Add another ½ cup of vegetable soup stock and milk in the pot. Keep stirring, check seasoning and add more salt if needed. When the soup comes back to a gentle boil, turn the heat off.
เติมน้ำซุปผักครึ่งถ้วยที่เหลือและนมลงในหม้อซุป คนต่อไปเรื่อยๆ ลองชิมดูและเติมเกลือได้ตามชอบ เมื่อซุปเดือดอีกก็ปิดไฟค่ะ




Put carrot soup in bowl, spring with vegetarian bacon and ground pepper. Serve hot.
ตักใส่ถ้วย แล้วโปรยเบคอนมังสะวิรัติและพริกไทยป่น ทานร้อนๆค่ะ




ถ้วยนี้ไม่ใส่เบคอนแต่โรยด้วยพริกไทยป่นและออริกาโนค่ะ ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ
This bowl without vegetarian bacon, just spring with pepper and oregano, Just fine.




หวังว่าทุกคนคงจะมีความสุขกันการทานซุปแบบของป้าอิ๋วนะคะ ในวันที่ฝนตกๆแบบนี้ ทำตัวเองให้อบอุ่น รักษาสุขภาพ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ
Hope, all will enjoy with my this soup in the rainy day, keep warm, care your health and see you then


 
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย



วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ซุปฟักทอง (Pumpkin soup)



สูตรอาหารวันนี้เก็บตกมาจากสงกรานต์ค่ะ ป้าอิ๋วมีโอกาสได้ไปเล่นสงกรานต์ที่ อ. เขื่องใน จ. อุบลราชธานี ได้รับสิ่งดีๆหลายอย่าง ได้ทำบุญถวายอาหารพระ การเล่นสงกรานต์ที่สนุกสนานและสุภาพ น้ำใจผู้คนในท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านอร่อย ส้มตำมีให้ทานแทบทุกมื้อ สุดท้ายได้ของฝากเป็นฟักทองลูกกลางๆ หน้าตาแปลก จาก “คุณยายทอง” ยายผู้ใจดีของ “น้องคนโปรด” ป้าอิ๋วก็กลับมานอนจินตนาการถึงเมนูต่างๆมากมาย จากฟักทอง


จนถึงตอนนี้ ฟักทองถูกเล่นแร่แปรธาตุไปเป็น ฟักทองผัดไข่ ไปแล้วบ้าง ขนมปังฟักทอง ก็ผ่านไปแล้ว ก็มาถึงคิวของซุปบ้าง ซึ่งโดยปกติของป้าอิ๋วที่ชอบทานซุปทุกประเภท แต่ทานที่ร้านแต่ละครั้งก็น้อยเกินไป ยกเว้นไปทานประเภทบุปเฟต์ค่อยสะใจหน่อย แต่เมื่อมีวัตถุดิบอยู่ในมือ พร้อมกับฝีมือพอใช้ได้ของตัวเอง (แอบชมตัวเองนิ๊ดหนึง อย่าว่ากันค่ะ) ก็เลยทำเองดีกว่า สนุกดี อีกทั้งอยากจะกำจัดเจ้าวิปปิ้งครีมกล่องใหญ่ ที่นอนนิ่งในตู้เย็นพอสมควร กลัวเธอจะน้อยใจ ลาตายไปซะก่อน ก็เลยได้มาลงตัวที่เมนูนี้เลยค่ะ






สูตร ซุปครีมข้นฟักทอง (ปริมาณ 6 ถ้วยซุป)
 

 
ฟักทองนึ่ง 250 กรัม (หรือ 1 ถ้วยตวง)
หอมใหญ่สับละเอียด 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
น้ำซุปไก่หรือหมู 400 ml
เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมไทยปอกเปลือกสับละเอียด 5 กลีบ





วิธีปรุง

น้ำหม้อซุปหรือกระทะ ใส่เนยสด ตั้งไฟอ่อนๆ (เตือนนิดหนึงค่ะ ว่าต้องไฟอ่อน ตลอดรายการเลยค่ะ) ใส่หอมใหญ่ผัดกับเนยจนหอมใหญ่ใส




ใส่ฟักทองต้มสุก ผัดๆ ยีๆ เล็กน้อยให้เข้ากันสักครู่




และ
นำทั้งหมดใส่ในโถปั่น ใส่น้ำซุปเกือบหมด ป้าอิ๋วเหลือไว้เล็กน้อยเอาไว้ล้างโถขลุกขลิกค่ะ (อย่าให้เสียของ)



ปั่นจนส่วนผสมฟักทองเนียน ถ้าข้นไป ปั่นยาก ก็ให้เพิ่มน้ำซุปลงไปอีกค่ะ


ก็จะได้เนื้อฟักทองปั่น หน้าตาประมาณนี้ค่ะ




เทกลับใส่หม้อซุปใบเดิม อย่าลืมนะคะ ใช้น้ำซุปล้างโถขลุกขลิก ใส่กลับลงหม้อซุปด้วย หม้อซุปอาจดูไม่ค่อยดีเล็กน้อย ก็อย่าได้แคร์ใดๆ เพราะเราต้องการแค่ซุปเท่านั้น อิอิ




อย่าลืมนะคะว่าใช้ไฟอ่อน เติมวิปปิ้งครีมลงไป ถ้าใครลดความอ้วนอยู่ กลัวมันจะเลี่ยนเกินไปก็ให้ลดวิปปิ้งครีมเหลือครึ่งถ้วยแล้วแทนด้วยนมสดครึ่งถ้วยก็ได้ค่ะ ป้าอิ๋วเคยทำทั้ง 2 แบบ ก็อร่อยค่ะ แต่วันนี้ต้องการกำจัดวิปปิ้งครีมค่ะ 
ต้องหมั่นสังเกตส่วนผสมนะคะ ถ้าข้นเกินไปก็เติมน้ำเปล่าหรือนมสดได้ค่ะ เพิ่มลดได้ตามสถานการณ์




คนไปเรื่อยๆนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวก้นหม้อไหม้ค่ะ ตอนนี้เติมเกลือ พริกไท ได้ หรือจะค่อยเติมตอนทานก็ไม่ว่ากันค่ะ ตอนนี้ชิมรสชาติ จะหวานมันค่ะ ถ้าใครติดรสเค็มก็เติมเกลือลงไปเลยตอนนี้ แต่เตือนนิดหนึงค่ะ ว่าซุปน่ะ ถ้าเราชิมพอดีตั้งแต่ตอนปรุง ตอนทานจริงๆ จะเค็มมากๆ ค่ะ เพราะเราต้องทานเขาเปล่าๆไงคะ เพราะฉะนั้น ก็ให้อ่อนเค็มไว้ก่อนค่ะ





ถึงตอนนี้ เราก็จะได้ซุปครีมข้นฟักทอง ที่ผู้ใหญ่ทานได้ เด็กทานก็ชอบ เอาเป็นเมนูหลอกเด็กกินผักได้อีกเมนูหนึงค่ะ นอกเหนือจาก ซุปเห็ดข้น ที่ป้าอิ๋วเคยนำเสนอไป โดยปกติ ป้าอิ๋วชอบทานซุปโรยด้วยขนมปังอบกรอบชิ้นเล็ก แต่หลังๆมานี่ไม่ค่อยได้ทำขนมปังแบบจืด ก็เลยไม่มี แต่มีเบคอนชิพ ติดบ้านอยู่ ก็เอามาโรย ทานกรอบๆกับซุป ก็ไปกันได้ดีค่ะ เบคอนป้าอิ๋วหน้าตาแปลกนิดหนึงเนื่องจากเป็นมังสะวิรัติ ทำจากถั่วเหลืองค่ะ ซึ่งป้าอิ๋วทานมังสะวิรัติเป็นส่วนใหญ่ก็เลยมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ติดบ้านเยอะค่ะ





ขอบคุณ คุณยายทองผู้อารีที่ให้ฟักทองมา ทำให้ป้าอิ๋วได้ทำอาหารจากฟักทองได้หลากหลายมากขึ้น ขอให้ทุกคนอร่อยและมีความสุขกับซุปฟักทองของป้าอิ๋วนะคะ
 
 
 
 

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย - Sukhothai nudel soup




สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ เพื่อนๆ หวังว่าคงยังไม่สายสำหรับประโยคนี้นะคะ ก็เพิ่งเดือนมกราคมเองนี่เนอะ

ป้าอิ๋วหายไปนานเลยค่ะ หลายคนบ่นว่า สปาเก็ตตี้บล๊อกสุดท้ายขึ้นราหมดแล้ว อิอิ จริงด้วยค่ะ แต่ป้าอิ๋วก็แว๊บๆ มาคุยกับเพื่อนๆ บ้างแต่อาจไม่ทุกคนนะคะ รีบมารีบไปค่ะ

แต่วันนี้ ได้คุยกับ คุณโอ บล๊อกเนินน้ำผู้โด่งดัง เลยได้แรงบันดาลใจ อยากกลับมาอัพบล๊อกอีกหนในรอบหลายเดือน ซึ่งป้าอิ๋วก็ดองบล๊อกแข่งกันกับ อาจารย์เต๊ะ จอมขมังเวทย์น่ะเอง (แอบแซว) ส่วนบล๊อกอาหารวันนี้ก็ทำและเขียนไว้นานแล้ว สมัยไม่ได้อยู่ชุมพร เอามาเพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ


สุภาษิตที่ว่า มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เกิดกับป้าอิ๋วบ่อยครั้ง เมื่อไม่ได้อยู่เมืองไทย อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน อยากกินก็ต้องทำเอาเอง แต่โชคดีที่ตัวเองเป็นคนชอบทำกิน และขยันทำกิน เพราะฉะนั้น เมื่ออยากกินอะไร ก็สามารถทำกินได้ ถึงแม้บางครั้งจะไม่อร่อยมากมายก็ตาม


และวันนี้ ก็อยากกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยค่ะ เพราะว่า เห็นมีถั่วแขกอวบๆ สดๆ ที่สำคัญ ช่วงนี้เป็นฤดูของเขา ราคาเลยเป็นมิตรมากๆ เลยค่ะ ป้าอิ๋วแบ่งมาทำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ซึ่งเป็นเส้นเล็กแห้งค่ะ ถั่วลวกเขียวๆ แช่น้ำเย็นจัด ทานกับก๋วยเตี๋ยว อร่อยเข้ากันดีจัง ทานไปก็นึกชมคนต้นคิดที่เอาถั่วลวกมากใส่ก๋วยเตี๋ยวค่ะ ว่าช่างคิดได้ดีเหลือเกิน


เครื่องปรุง

เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก 
ถั่วงอกดิบ ถั่วแขกต้ม หั่นแฉลบ
หมูแดงซอย หมูสับรวนน้ำ ลูกชิ้น 
ถั่วคั่วป่น พริกป่น
ต้นหอมซอย ผักชีใบเลื่อยซอย (วันนี้ไม่มี)
น้ำมันกระเทียมเจียว ตั้งฉ่าย

เครื่องปรุงรส
น้ำปลา น้ำตาลทราย มะนาว
ใครอยากเพิ่มกุ้งแห้ง กากหมู เกี้ยวทอด ก็สามารถทำได้ แต่สำหรับป้าอิ๋ววันนี้ พอแล้วค่ะ จะล้นชามอยู่แล้ว



วิธีทำ

เตรียมเนื้อสัตว์ก่อนค่ะ หมูแดงหั่นๆ ส่วนลูกชิ้น ป้าอิ๋วไม่มี เลยใช้ไส้กรอกแบบย่างแทนค่ะ มันต้มสุกอยู่แล้ว แต่เอามาตัดเป็นท่อนๆ ต้มพร้อมกับหมูสับ อร่อยกว่าลูกชิ้นหมูบ้านเราอีกค่ะ ขอบอก….อย่าทิ้งน้ำนะคะ เดี๋ยวเราใส่ปรุงไปด้วยกันค่ะ

ตั้งน้ำร้อน ลวกเส้นพอสุก แล้วใส่ถ้วยเอาน้ำมันกระเทียมเจียวกับซีอิ๊วขาว คลุกๆ เส้นกันติดค่ะ

เรียงผักลงไป มีถั่วงอก กับถั่วแขก และตามด้วย หมูแดงซอย หมูสับ ไส้กรอก 
ตามด้วยเครื่องปรุง มี น้ำตาล น้ำปลา พริกป่น น้ำมะนาว ถั่วป่น

ก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้ นิยมทานแบบหวานๆ เนอะ ไม่รู้ใครชอบแบบนี้หรือเปล่า คือเป็นแบบต้มยำแห้งน่ะค่ะ 


ปรุงรสแบบป้าอิ๋วก็ต้องรส หวาน เปรี้ยว เค็ม และเผ็ด มัน ตามลำดับค่ะ

ปกติที่ไทย ป้าอิ๋วทำก๋วยเตี๋ยวแบบนี้บ่อยค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพเลยค่ะ
ถึงวันนี้ เลยได้โอกาสค่ะ

อร่อย ไม่ผิดหวังเลยค่ะ  ถั่วแขกที่ใส่กรอบ กรุบๆ อร่อยดีจังค่ะ


ลองทำทานกันนะคะ พบกันใหม่เมนูถัดไปค่ะ 






วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ต้มจืดมะระยัดไส้ (stuff bitter gourd clear soup)



เมนูนี้ ลัดคิวมา ตามคำขอของ คุณกิ่ง – ดาเลียร์ค่ะ ขอให้ป้าอิ๋วรีวิวมะระยัดไส้ให้ดูหน่อย เมนูนี้ก็ชอบทานนะคะ แต่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยค่ะ เพราะไม่ค่อยอยากทานหมูบ่อยเท่าไร โดยเฉพาะหมูที่มายัดไส้มะระให้อร่อยเด็ด ต้องเป็นหมูบะช่อค่ะ คือหมูที่บดหรือสับกับมันหมูด้วยน่ะเอง อิอิ ใครไม่รู้ก็รู้ซะน๊า……ใครลดความอ้วนอยู่ก็ทานแต่มะระ ส่วนไส้ที่ยัดมา ส่งมาให้ป้าอิ๋วเลยค่ะ ไม่กลัวอ้วนจ๊า…..


คุณกิ่งคะ ว่างจากการเรียน แล้วแวะร้านเอเชีย ซื้อมะระมาทำเลยค่ะ อร่อยจริงๆ (ทำเองชมเองซะนี่……)


เครื่องปรุง
มะระผลใหญ่ๆ งามๆ 1 ผล ป้าอิ๋วตัดเอาเฉพาะตรงกลางได้ 2 ท่อนใหญ่ๆค่ะ


หมูบะช่อปรุงรส
สามเกลอ (กระเทียม พริกไทย รากผักชี) 1 ช้อนชา ตำให้ละเอียด (ทำเผื่อไว้ใส่หมูบะช่ออีก 1 ช้อนชาด้วยนะคะ)
เกลือเล็กน้อย
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ (หากใครชอบผงปรุงรส หรือผงชูรส ก็ใส่ไปค่ะ)
น้ำเปล่าหรือน้ำซุปกระดูกหมู 1- 1/2 ลิตร
พริกไทยป่นและผักชี สำหรับโรยหน้าก่อนเสริฟค่ะ


เครื่องปรุงหมูบะช่อ
หมูบะช่อ 2 ขีด ไม่ใช่หมูบดละเอียดนะคะ สับหยาบๆค่ะ
สามเกลอ (กระเทียม พริกไทย รากผักชี ที่ตำไว้แล้ว) 1 ช้อนชา 
เกลือป่น และพริกไทยป่นเล็กน้อย
ซีอิ๊วขาวและซอสปรุงรส อย่างละ 1 ช้อนชา

ข้างล่างนี้เป็นทางเลือกค่ะ (ไม่มี ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
เห็ดหอมแช่น้ำสับชิ้นเล็ก 50 กรัม
สาหร่ายทะเล เล็กน้อย (เบามากค่ะชั่งไม่ได้)
วุ้นเส้นแช่น้ำ เล็กน้อย

 
 

วิธีทำ
ทำหมูบะช่อก่อนนะคะ เอาเครื่องปรุงทั้งหมดใส่ชามผสมค่ะ



คลุกให้เข้ากันดี ใช้ช้อนก็ได้แต่ไม่สะดวกหรอกค่ะ ป้าอิ๋วใช้มือใส่ถุงสะอาดแล้วขยำค่ะ หรือใครมีถุงมือก็เยี่ยมค่ะ

ได้แบบนี้ค่ะ พักไว้ก่อนนะคะ


มะระผลงามๆ ตัดเป็นบ้องๆ ค่ะ ป้าอิ๋วหั่นชิ้นยาวไปเลย 2 ชิ้น หัวท้ายเหลือเอาไว้ทำอาหารอื่นค่ะ แล้วเอาไส้กลางออก โดยเอามีเล็กๆ เจาะ หรือเอาปลายช้อนสั้นเจาะแล้วหมุนค่ะ



ใครไม่ชอบขมมาก ก็ให้แช่น้ำเกลือไว้ค่ะ ป้าอิ๋วไม่แช่ค่ะ ความขมไม่เป็นปัญหาสำหรับวัยอย่างเรา อิอิ

ตั้งน้ำร้อนบนไฟให้เดือดพร้อมเอาสามเกลอ ที่ตำแล้วแบ่งไว้ ใส่ลงไปค่ะ




ระหว่างรอน้ำเดือด เรามายัดไส้มะระกันค่ะ โดยนำหมูบะช่อมายัดๆ เข้าไปให้แน่นค่ะ ปกติทำแล้วมักจะไส้หลุดตอนต้ม เนื่องจากเนื้อหมูหดตัว ป้าอิ๋วแก้โดยใส่วุ้นเส้นค่ะ รับรองเกาะแน่นไม่มีหลุดค่ะ แต่มีบางร้านที่เคยซื้อทานเขาเอาไม้จิ้มฟันเสียบไว้ทุกชิ้นค่ะ อันนี้แล้วแต่เทคนิคนะคะ ถ้าไม่ใส่วุ้นเส้นก็ลองทำดูค่ะ


น้ำเดือดพล่าน ก็ใส่มะระลงไปเลยค่ะ จริงๆต้องใส่หม้อที่เหมาะสมนะคะ แล้วน้ำต้องท่วมชิ้นมะระค่ะ แต่ป้าอิ๋วใช้หม้อใหญ่ค่ะวันนี้ เลยได้มะระจมไปครึ่งหม้อน้ำ


เปิดไฟแรงจนน้ำเดือดอีกครั้งนะคะ แล้วหรี่ไฟอ่อนๆ เผยอฝาหม้อเล็กน้อยค่ะ

ตุ๋นไปสักชั่วโมงครึ่งค่ะ ลองชิมน้ำดูนะคะถ้ายังขมแบบที่ทานไม่ได้ก็ตุ๋นต่อค่ะ หากใครชอบมะระขมเล็กน้อย ป้าอิ๋วว่าชั่วโมงครึ่ง กำลังดีค่ะ หากใครชอบมะระไม่ขม ตุ๋นไปเลยค่ะ 2 ชั่วโมง

อย่าลืมมาดูน้ำในหม้อด้วยนะคะ เดี๋ยวน้ำแห้งหม้อแห้ง ไฟไหม้ครัวกันพอดี อดทานมะระกัน

เมื่อชิมได้รสชาดขมที่ทานได้อร่อยแล้ว มาปรุงรสอื่นเพิ่มเติมค่ะ ชอบเค็มก็เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว ก็ว่ากันไปค่ะ และปิดไฟ 
ในรูปเปลี่ยนมาอุ่นตอนเช้า โดยกรองเอาตะกอนจากน้ำซุปออกด้วยค่ะ


เสริฟค่ะ ป้าอิ๋วทำกลางคืนแล้วมาเสริฟทานตอนเช้าค่ะ ผิวมะระเหี่ยวเชียว โรยพริกไทย และผักชี อืม อร่อยค่ะ ขมเล็กน้อยมากค่ะ


ป้าอิ๋วมาอุ่นทานตอนเย็นอีกรอบ รอบนี้ไม่ขมแล้วค่ะ สาวกอาหารของป้าอิ๋วคอนเฟิร์มค่ะ บ่นว่าทำมะระตุ๋นน้อยไป อิอิ




ป้าอิ๋วเขียนแบบนี้หวังว่าคนที่เคยทำมะระแล้วขมเนี่ย ได้มาอ่าน แล้วเอาไปทำทานดูนะคะ การทำอาหารบ้านป้าอิ๋วไม่ได้ทำตามตำราอะไรสักเท่าไรหรอกค่ะ ทำตามความเคยชินที่ทำน่ะค่ะ เพราะฉะนั้น อาจจะดูแปลกแหวกแนวบ้าง ก็เป็นแบบเฉพาะตัวของป้าอิ๋วเองค่ะ


ขอให้เอร็ดอร่อยกันถ้วนหน้าค่ะ โดยเฉพาะคุณกิ่ง ดาเลียร์ค่ะ ที่รีเควสเมนูนี้ ทำให้ป้าอิ๋วอร่อยไปด้วย เจอกันใหม่เมนูหน้าค่ะ

 



 
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบันห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย


ต้มจืดสัปรดซี่โครงหมู (Pork rib clear soup with pineapple)



เพื่อนที่ทำงานของป้าอิ๋วเอาสัปรดมาฝากผลหนึง หน้าตาไม่ค่อยเหมือนสัปรดทั่วไปเลยค่ะ ดูจากรูปซิคะ ใครทราบว่าพันธุ์อะไรบอกป้าอิ๋วด้วยนะคะ จะเป็นพระคุณยิ่งเชียวค่ะ


เนื่องจากเพื่อนเอามาฝากเขาอีกทีหนึง ซับซ้อนดีจัง แต่ป้าก็ไม่ถือค่ะ กำลังอยากได้อยู่พอดีเลย เพราะนึกอยากทานขนมจีนซาวน้ำอยู่หลายวันแล้วค่ะ แต่ไม่มีโอกาสได้ไปตลาดเพื่อซื้อของมาทำสักที วันนี้โชคดีจังได้มาผลหนึง แต่ขนมจีนซาวน้ำก็ทำและนำเสนอไปแล้วค่ะ และเนื่องจากป้าอิ๋วมีซี่โครงหมูอยู่ก็ทำเมนูนี้เลย ก็อยากทานอยู่เหมือนกัน ต้มจืดซี่โครงหมู ครั้งสุดท้ายที่ทาน น่าจะ 2 ปีได้แล้วมั้ง วันนี้เลยจัดให้เลยค่ะ ง่ายอีกแล้วเมนูต้มจืดเนี่ย มาดูเครื่องปรุงค่ะ


เครื่องปรุง -- ingredients

ซี่โครงหมู 300 กรัม
300 gram of pork rip
สัปรด ½ ผล
Half of pineapple
หอมแดงซอยเพื่อทำหอมเจียว เล็กน้อยสำหรับโรยหน้า
3-4 shallots, slice
เกลือป่น หรือซีอิ๊วขาว สำหรับปรุงรส
Salt and/or soy sauce for seasoning




เครื่องสำหรับต้มน้ำซุป – Paste for soup
เกลือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี 
Salt garlic pepper and cilantro root


วิธีปรุง – How to cook

เริ่มจาก ต้มซี่โครงหมูกับน้ำให้เยอะๆ เข้าไว้ค่ะ แล้วใส่เครืองสำหรับต้มซุปคือ เกลือ กระเทียมพริกไทย รากผักชี ที่ตำเตรียมไว้แล้วน่ะค่ะ เคี่ยวไว้สัก ชั่วโมงหนึงค่ะ แต่ป้าอิ๋วต้มครึ่งชั่วโมงตอนเที่ยง และออกไปธุระ กลับมาต้มต่ออีกครึ่งชั่วโมงในตอนเย็นค่ะ น้ำซุปที่ได้ดูข้นไม่น่าทาน ป้าอิ๋วเลยกรองซะ 1 ครั้งค่ะ ใครจะไม่กรองก็ได้ค่ะ






คราวนี้มาทำหอมเจียวค่ะ โดยเจียวหอมให้น้ำมันไฟอ่อนๆ จนเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กรอบ แต่ป้าอิ๋วมานั่งเขียนอะไรเพลิน เลยสีเข้มไปนิ๊ดหนึงค่ะ


ตักใส่ภาชนะไว้ก่อนค่ะ ตอนนี้ครัวหอมมากเลยค่ะ


นำหม้อน้ำซุปซี่โครงหมูหมูตั้งไฟต่อนะคะ ระหว่างนี้ก็มาหั่นสัปรดค่ะ ให้ได้เป็นขิ้นเล็กๆค่ะ


นำไปใส่ใส่ในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือด และเคี่ยวประมาณ 20 นาที เพื่อให้รสเปรี้ยวหวาน ออกมาจากสัปรด ก็ใช้ได้แล้วค่ะ




ตักใส่ถ้วยเสริฟค่ะ โรยด้วยหอมเจียวกรอบๆ






ช่วงเย็นต้องแต่เริ่มทำกับข้าว ฝนก็ตกตลอดเวลา ถึงแม้จะไม่ตกหนัก แต่ก็ทำให้อากาศเย็นพอสมควรค่ะ ทานข้าวพร้อมซดน้ำซุปสัปรดเปรี้ยวๆ หวาน ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น มีความสุขดีจังค่ะ สัปรดที่นำมาทำควรเป็นสัปรดค่อนข้างเปรี้ยวเล็กน้อยค่ะ จะทำให้น้ำซุปรสดีขึ้น แบบนี้ไม่ค่อยเปรี้ยวมาก แต่ก็ยังใช้ได้ ทำให้กระดูกหมูนุ่มและร่อนเร็วขึ้นค่ะ


มีความสุขกับการทำอาหาร เพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเองนะคะ เจอกันใหม่ค่ะ

 
สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความทั้งหมด  ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ปัจจุบัน ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต
หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย